ุด
ความมืดมิดกลืนกินผมเข้าไปทั้งตัว
สิ่งสุดท้ายที่ผมเห็น… คือรอยยิ้มของวาทยกรที่เฝ้ามองผมอยู่ตลอดเวลา
เมื่อแสงสว่างหวนคืนสู่ดวงตา ผมก็กลับมาอยู่ในห้องทำงานของตัวเองเป็นที่เรียบร้อย
“ฉันกลับมาแล้วสินะ”
ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม
ทั้งผนังด้านหลัง โต๊ะตัวนั้น และความเงียบสงัด
“…..”
สายตามองไปรอบข้าง ความเงียบงันปกคลุมตัวผมไปทุกส่วน
ผมยืนอยู่แบบนั้น จนกระทั่ง…
“ฮ่าา… ฮ่าา…”
ผมทรุดตัวพิงกับผนัง แผ่นหลังครูดลงไปตามแนวตั้ง หายใจเข้าลึก ๆ อย่างหนักหน่วง
ร่างกายชุ่มโชกไปด้วยหยาดเหงื่อ ฝ่ามือเริ่มสั่นเทา
“นั่นมัน… ฮ่าาา… เกือบไปแล้ว”
ฉิวเฉียดแบบของจริง
ตัวผม… อยู่ห่างจากความตาย เพียงแค่หนึ่งคำพูดที่ผิดพลาด
อยู่ห่างจากความตาย เพียงแค่หนึ่งการกระทำที่พลาดพลั้ง
ถ้าไม่ใช่เพราะผมฉวยโอกาสจากจุดอ่อนของวาทยกรได้สมบูรณ์แบบ เรื่องราวมันคงไม่จบลงเช่นนี้
‘นี่มันเกือบเข้าเส้นตายเกินไปแล้ว ฉันจะปล่อยให้สถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้นในอนาคตอีกไม่ได้เด็ดขาด’
ผมหายใจเข้าลึก ๆ หลายครั้ง
แม้จะเฉียดตาย แต่สุดท้ายก็ทำสำเร็จ
ผมซื้อเวลาอันมีค่าให้ตัวเองได้แล้ว
นั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในทั้งหมดทั้งมวล
“สามเดือน”
ถึงจะไม่ใช่ตามที่หวังเอาไว้ แต่มันก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลย ระยะเวลาสามเดือนเพื่อค้นหาวิธีบรรเลงบทเพลงที่ไ