้าวหรือไม่กินข้าวนักนะ
ก่อนหน้านี้เธอไม่ดื่มน้ำมาเป็นเดือน ยูริก็ยังไม่เคยมายุ่งกับเธอเลย
“ขอบคุณนะ ฉันกินขนมนิดหน่อยก็พอแล้ว ฉันไม่กินแล้ว”
เธอเตรียมจะปิดประตูแต่ก็ถูกหนิงเหนียนใช้มือกันไว้
“ไม่ได้เธอต้องกินข้าว!” หนิงเหนียนพูด
หนิงหนิงไม่พูดอะไร เธอเงยหน้ามองเขา เป็นการเผชิญหน้ากันอย่างเงียบ ๆ
นี่เป็นครั้งแรกที่หนิงเหนียนกล้ามองหน้าหนิงหนิงอย่างเปิดเผย และจ้องตาเธอนานขนาดนี้
[ทำอะไรกันน่ะ ทะเลาะกันแล้วเหรอ?]
[ช็อก!]
[แค่สองวันเองนะ ทั้งคู่ก็แสดงต่อไปไม่ไหวแล้ว ช่างปลอมจริง ๆ]
[หนิงเหนียนทำแบบนี้ก็ไม่ถูก ของปลอมก็ไม่ได้รอนายนี่ แบบนี้ก็เท่ากับหาเรื่องใส่ตัวเองชัด ๆ]
[พอของปลอมคลั่งขึ้นมาก็ฆ่าคนได้จริง ๆ นะ แนะนำให้หนิงเหนียนอยู่ให้ห่าง ๆ หน่อย]
[คนชั่วย่อมมีคนชั่วมาจัดการ องค์ชายก็ไม่ใช่คนดีอะไรหรอก]
[ต่อยกันเลย! ฉันอยากเห็นเลือดไหลนองเป็นแม่น้ำ!]
[อ๋า พออยู่ในกรอบเดียวกันแล้ว เจริญหูเจริญตาจริง ๆ]
[‘กรอบ’ จริง ๆ นะ หมายถึงกรอบประตูนั่นแหละ]
[…ทนพวกบ้าหน้าตาแบบพวกแกไม่ไหวแล้ว ไม่มีจริยธรรมเลยสักนิด]
[บ้านเธออยู่ริมทะเลหรือไง?]*[1]
[ไม่ใช่อย่างนั้น น้องชายแค่เป็นห่วงที่พี่สาวไม่ได้กินข้าว ทำไมพวกคุณถึงพูดให้มันน่ากลัวขนาดนั้นล่ะ]
ฉีอันเอามือปิดตาตัวเอง
บอกให้เขาก้าวเดินก้าวแรก ไม่ใช่ให้เขาไปขวางประตูแล้วดุคนอื่นนะ!
หนิงหนิงขมวดคิ้ว “นายโกรธอีกแล้ว นายโกรธที่ฉันไม่ยอมกินข้าวเหรอ?”
ห