ู่พร้อมกัน
“…”
ความจริงแล้ววันนี้เขามีแผนเดินทางกลับคฤหาสน์ตระกูลมู่ ทว่าเมื่อเช้ากลับนึกเปลี่ยนใจว่าไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ขับรถไปส่งซู่เป่าอีกสักนิดคงไม่เหลือกำลังนัก
หากล่วงรู้ล่วงหน้าว่าจะต้องมาตกเป็นเป้านิ่งให้สายตาหลายคู่จ้องจับผิดเช่นนี้ เขาคงตัดสินใจชิ่งหนีไปเสียตั้งแต่ตอนเอ่ยอรุณสวัสดิ์แล้วเป็นแน่
ทว่าเขายังคงตีหน้านิ่งรักษาท่าทีเรียบเฉยพลางเอ่ยคะยั้นคะยอ “ซู่เป่า เรื่องนี้เล่าให้คุณลุงฟังได้นะลูก”
เด็กน้อยกะพริบตาปริบ ๆ พลางนึกในใจว่า เป็นอย่างนั้นหรอกเหรอคะ? ในเมื่อคุณพ่อเป็นคนอนุญาตเองกับปาก มีหรือเธอจะขัดใจ เด็กน้อยจึงพร้อมถ่ายทอดทุกสิ่งที่จดจำได้ออกมาในทันที
“หลังจากตายไป ทุกคนต้องเดินผ่านสิบสามสถานีค่ะ” ซู่เป่าเริ่มเล่า “ด่านแรกคือต้องไปรายงานตัว เพื่อลงทะเบียนวิญญาณค่ะ”
ซูอีเฉินกระตุกมุมปาก… นี่ถึงกับมีการลงทะเบียนในปรโลกด้วยหรือ?
“จากนั้นสถานีที่สองคือเส้นทางแม่น้ำเหลือง บนทางสายนี้หากเงยหน้ามองไม่เห็นดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ หรือดวงดาวแม้แต่ดวงเดียว พอก้มหน้าก็ไม่พบผืนดินหรือฝุ่นละออง มองไปข้างหน้าไม่เห็นทางกลับสู่โลกมนุษย์ เหลียวมองข้างหลังก็ไม่พบญาติมิตรหรือสหายคนสนิท…”
พี่น้องตระกูลซูเมื่อได้ยินประโยคที่ว่า ‘เหลียวมองข้างหลังไม่พบญาติมิตร’ ต่างรู้สึกเจ็บแปลบในหัวใจขึ้นมาเสียดื้อ ๆ
ซู่เป่าเล่าต่อไปว่า “เมื่อผ่านพ้นทางแม่น้ำเหลือง ข้ามแม่น้ำลืมเลือนและสะพานไน่เหอไปแล้ว ก