“ต้องไม่ทำให้ลุงสี่ขายหน้า… ไม่ทำให้ลุงสี่ขายหน้า” เด็กน้อยพึมพำพลางควานหารองเท้าสีเขียวมาใส่จนครบชุด
จากนั้นก็ส่องกระจกด้วยความพอใจ แม้ยังรู้สึกว่าขาดอะไรไปเล็กน้อยก็เถอะ
“เสี่ยวอู่ ไปกันเถอะ~”
‘ก็นะ… เสี่ยวอู่เองก็สีเขียวเหมือนกันนี่นา!’
หนึ่งคนหนึ่งนกเดินออกไปข้างนอกอย่างมีความสุข ทว่ากลับเห็นหานหานวิ่งหน้าตั้งสวนออกมาพอดี
“พี่หานหานทำการบ้านเสร็จแล้วเหรอคะ?” ซู่เป่าถาม
หานหานรีบตะครุบปากซู่เป่าไว้ทันควัน “ชู่ว! พ่อฉันไปเข้าส้วมอยู่! รีบหนีเร็ว!”
“เอ๋?”
‘แบบนี้ก็ได้เหรอคะเนี่ย?’
‘เด็กหญิงทั้งสองที่กำลังเตรียมตัววิ่งหนีด้วยท่าทีลนลาน พลันชะงักเมื่อเห็นซูเหอเวิ่นก้าวออกมาพอดี’
“น้องสาวจะไปไหนกัน? ฉันไปด้วยคน!” ซูเหอเวิ่นไม่ถามไถ่ให้เสียเวลา ในเมื่อเห็นน้องสาวจะออกไปข้างนอก เขาย่อมไม่พลาดที่จะคว้าตาข่ายจับผีคู่ใจติดมือไปด้วยแน่นอน ของแบบนี้เตรียมไว้ก่อนย่อมดีกว่า หากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมาจะได้ใช้งานได้ทันท่วงที!
เขาเร่งรีบกลับเข้าห้องไปกวาดข้าวของ ทั้งตาข่ายจับผี อ่างเหล็ก และกล้องถ่ายรูปยัดลงกระเป๋าอย่างรวดเร็ว
แต่สุดท้ายก็ต้องยอมถอดใจหยิบอ่างออกมา เพราะขนาดของมันใหญ่เกินกว่าจะยัดลงไปได้จริง ๆ
ทางด้านคุณนายเฒ่าซู วันนี้สวมชุดกระโปรงสีดำดูภูมิฐานตัดกับหมวกปีกกว้างใบสวย ในมือถือกระเป๋าแบรนด์เนมก้าวเดินออกมาอย่างสง่างาม นับตั้งแต่ต้องใช้รถเข็น เธอก็แทบไม่เคยหยิบชุดกระโปรงมาสวมใส่หรือแ