้วยความไม่ไว้ใจ
“พวกมันตายไปตั้งนานแล้วค่ะ!” ซู่เป่าตอบเสียงใส
“ใบหน้าพวกนี้คือวิญญาณอาฆาตที่ใครบางคนสะสมเอาไว้ หากปล่อยให้ป้ายวิญญาณนี้ได้รับการบูชาต่อไปอีกสักสองสามปี พวกมันก็จะสามารถรวมตัวกันได้จนสมบูรณ์ค่ะ”
ซู่เป่าจัดวางป้ายเหล่านั้นให้เข้าที่ ก่อนเงยหน้าถามพี่ชาย “พี่ชายคะ ตัวอักษรบนป้ายพวกนี้อ่านว่าอะไรเหรอ?”
แม้ยังหวาดกลัวอยู่ลึก ๆ แต่ในเมื่อน้องสาวเอ่ยปากถาม ซูเหอเวิ่นจึงต้องรวบรวมความกล้าเดินเข้าไปชำเลืองมองดูชื่อเหล่านั้น แล้วจึงรีบกลับมาเกาะเข็มขัดของซูอีเฉินตามเดิม
“ดูเหมือนจะนามสกุลเถียน… แล้วก็มีกู่ ซงอะไรสักอย่าง…”
ซูอีเฉินก้มลงมองก่อนอ่านรายชื่อเหล่านั้นออกมาเบา ๆ
“ชื่อคนชั่วพวกนี้แปลกจริงเชียว ชื่ออะไรกัน ก้อนหินเอย สัตว์ป่าเอย ฟังแค่ชื่อก็รู้แล้วว่าไม่ใช่คนดี” ซู่เป่าเบ้ปากพลางวิจารณ์
เด็กน้อยเดินสำรวจไปตามห้องต่าง ๆ อีกรอบทว่าไม่พบสิ่งผิดปกติ นั่นหมายความว่าในบ้านหลังนี้มีเพียงป้ายวิญญาณทั้งสี่ในห้องนั่งเล่นเท่านั้น ที่เป็นจุดรวมพลังอาถรรพ์
“อาจารย์คะ ทำไมถึงต้องมีคนมาบูชาป้ายวิญญาณไว้ในที่แบบนี้ด้วยล่ะ?”เธอเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ปกติคนเราบูชาป้ายวิญญาณเพื่อจุดประสงค์ใด?” จี้ฉางเอ่ยคำใบ้
“เพื่อกราบไหว้คนตาย และช่วยส่งดวงวิญญาณให้ไปเกิดใหม่ใช่ไหมคะ?” ซู่เป่าตอบทันควัน
จี้ฉางพยักหน้าเห็นด้วย “ค่ายกลแปดทิศในคุกวิญญาณถูกจัดวางไว้เพื่อกดทับ บ่งบอกว่ามีคนต้องการสะกดวิญญ