าณโฉดทั้งสี่นี้ไม่ให้ได้ผุดได้เกิด ซึ่งเราเองก็ไม่พบพวกมันในคุกนั่นด้วย”
“ดังนั้น ดวงจิตทั้งสี่นี้น่าจะสูญสลายไปนานแล้ว หรืออาจหลงเหลือเพียงพลังอาถรรพ์เพียงเศษเสี้ยวทิ้งไว้ในโลกมนุษย์”
“แต่การที่มีคนมาตั้งป้ายบูชาที่นี่ กลับเป็นการช่วยคืนจิตวิญญาณ และนำทางให้พวกมันกลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง”
เพื่อสร้างจิตวิญญาณสมบูรณ์ และรอวันกลับมาเกิดใหม่อีกหน…
ซู่เป่าเริ่มเข้าใจสถานการณ์ “หมายความว่า มีคนกำลังแอบทำพิธีบูชาพวกคนชั่วร้ายกลุ่มนี้อยู่นี่เอง”
“พูดถูกแล้ว” จี้ฉางลูบศีรษะศิษย์ตัวน้อยเบา ๆ
คนทั้งสี่นี้คือศัตรูของคนทั้งหมู่บ้าน พวกเขาเคยทำเรื่องเลวอำมหิตสารพัด ฆ่าได้กระทั่งคนชราและเด็กตัวเล็ก ๆ ทว่ากลับมีใครบางคนแอบมาตั้งโต๊ะกราบไหว้บูชา… ‘คนผู้นี้คิดอะไรอยู่กันแน่!’
“เขาเป็นใครกันคะ!” ซู่เป่าถามขึ้นทันควัน
“บนนี้ระบุชื่อผู้กราบไหว้ไว้ชัดเจน ผู้บูชาคือ เป้ยเฉินอวี่” จี้ฉางชี้ไปยังป้ายวิญญาณ
“ป้าคนนั้นเป็นคนทำเหรอคะ?” ซู่เป่าเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ
จี้ฉางพยักหน้ารับคำ ยิ่งทำให้ซู่เป่าไม่เข้าใจมากขึ้นไปอีก เหตุใดหญิงผู้นั้นถึงกล้าทำเช่นนี้?
ในเมื่อเธอไม่ใช่ลูกหลาน ไม่ใช่ญาติ และไม่น่าจะเป็นคนรู้จักกันด้วยซ้ำ…
ซูจิ่นอวี้นึกถึงปึกเงินที่ร่วงออกมาจากกระเป๋าของเป้ยเฉินอวี่ จึงเปรยขึ้นว่า “บางทีอาจทำเพื่อเงินก็ได้นะ”
‘เรื่องเท็จจริงอย่างไร มีเพียงเจ้าตัวเท่านั้นที่รู้ดีที่สุด’
ซู่เป่าไม่รอช้า