้างก็วิ่งไปหาเพื่อนร่วมงานเพื่อแกล้งประชุม
ชวี่เซี่ยงสะกิดไหล่เกาหยวนหางเบา ๆ ต้องใช้เวลาครู่หนึ่งกว่าชายหนุ่มจะลืมตาขึ้นมาด้วยท่าทางสับสน
“ไปกันเถอะ!” ชวี่เซี่ยงบอก เกาหยวนหางลุกขึ้นอย่างงัวเงียพลางลูบต้นคอตัวเอง
ทำไมถึงรู้สึกปวดคอแปลก ๆ แล้วเมื่อกี้เขาเผลอหลับไปตอนไหนกัน?
ยามลูบไปโดนริมฝีปากที่เจ็บแปล๊บ เขาก็อุทานออกมาเบา ๆ “โอ๊ย!”
“ผู้ช่วยชวี่ เราจะไปไหนกันครับ?” เกาหยวนหางถามขณะเดินตาม
“ประธานซูสั่งให้พวกเราเอาเอกสารไปส่งให้ที่บ้านของท่าน” ชวี่เซี่ยงตอบ
เกาหยวนหางรับคำ “หา? อ้อ… ได้ครับ”
ทว่าหลังจากทั้งสองคนคล้อยหลังไป สำนักงานก็ระเบิดเสียงซุบซิบราวกับน้ำเดือดพล่าน
“เห็นไหม! ปากของเขาถูกกัดจนเลือดซิบเลย! โอ้ สวรรค์… นี่มันดุเดือดกันขนาดไหนเนี่ย”
“ว้าว นี่ถึงขั้นพาไปที่บ้านประธานซูแล้วเหรอ? จะไปเปิดตัวกับผู้ใหญ่เร็วขนาดนี้เลย?”
“เดี๋ยวนะ เมื่อกี้ท่านประธานเพิ่งพาผู้ชายหล่อล่ำอีกคนกลับบ้านไปไม่ใช่เหรอ? ตอนนี้ผู้ช่วยชวี่กับคนใหม่อีกคนก็ไปสมทบ… นี่มันละครแนวครอบครัวแบบไหนกันเนี่ย!”
ครึ่งวันผ่านไป ชวี่เซี่ยงและเกาหยวนหางไม่รู้ตัวเลยว่าตกเป็นจำเลยในละครน้ำเน่าไปเสียแล้ว รู้เพียงว่าตอนมาถึงก็ยังปกติดี แต่ตอนกลับท้องแทบจะระเบิดเพราะถูกคุณนายซูผู้เฒ่าขุนจนอิ่มแปล้
ซู่เป่าเห็นหน้าเกาหยวนหางแล้วก็นึกถึงเรื่องเตียงน้ำขึ้นมาอีกครั้ง เธอรีบวิ่งจี๋ไปยังห้องของซูเหอเวิ่น ยามนั้นซูเหอเวิ่นกำลัง