วุ่นอยู่กับการจัดการตาข่ายตกปลาซึ่งผูกกระดิ่งเล็กๆ ไว้มากมาย ข้างกายเขามีชามผงชาดวางอยู่ เขาใช้มันย้อมตาข่ายและกระดิ่งจนกลายเป็นสีแดงชาดทั้งชุด
“พี่ชายกำลังทำอะไรอยู่เหรอคะ?” ซู่เป่าถามอย่างใคร่รู้
“ฉันกำลังทำตาข่ายดักผีไง แบบว่าตอนกลางคืนแค่โยนออกไป ก็สามารถตักผีกลับมาได้ทีละเจ็ดแปดตัวเลยนะ” ซูเหอเวิ่นตอบอย่างภูมิใจ
“เหมือนจับปลาเลยเหรอคะ?” ซู่เป่าเอียงคอ
“อืม ประมาณนั้น”
“พี่ชาย ในเมื่อพี่กลัวผี แล้วจะจับพวกมันมาทำไมเยอะแยะล่ะคะ?”
ซูเหอเวิ่นมองหน้าเธอนิดหนึ่ง ก่อนจะเอ่ย “ก็ช่วยเธอจับไง”
“พี่ชาย ดูนี่นะ” ซู่เป่าอุทานเบา ๆ พลางตบไหล่พี่ชาย
มือน้อยโบกไปมากลางอากาศเพียงครู่เดียว ทันใดนั้น เข็มทิศแปดทิศซึ่งส่องประกายสีเงินนวลตาราวกับแสงจันทร์ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า ซูเหอเวิ่นถึงกับยืนตะลึงค้าง
เด็กน้อยเก็บเข็มทิศกลับคืนไป ก่อนลองขว้างตาข่ายกักวิญญาณสีแดงเพลิงของเธอออกมาให้ดูเป็นขวัญตา ซูเหอเวิ่นมองตาข่ายเทพของน้องสาวสลับกับตาข่ายประดิษฐ์ในมือตนเอง…
‘นี่เขาลงแรงทำเรื่องไร้สาระไปใช่ไหมเนี่ย?’
เมื่อซู่เป่าเก็บอาคมเรียบร้อย เธอก็ขยับเข้าไปกระซิบถามเบา ๆ “พี่คะ งั้นเราพักเรื่องจับผีไว้ก่อน… พี่รู้จัก ‘เตียงน้ำ’ ไหมคะ?”
“เตียงน้ำคืออะไร?” ซูเหอเวิ่นทำหน้าฉงน
“ที่แท้พี่ชายก็ไม่รู้เหมือนกันเหรอคะ!” ซู่เป่าเปลี่ยนสีหน้าเป็นผิดหวัง
ซูเหอเวิ่นเบิกตาโพลงทันควัน “ใครบอกว่าไม่รู้! ฉันรู้สิ รอดูก็แล้วกัน