าไปครู่เดียวก็ต้องถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง
และทันทีที่ลืมตา เธอก็ต้องพบกับใบหน้าของซูจิ่นอวี้ซึ่งนอนตะแคงจ้องหน้าอยู่ชิดติดกัน ลูกตาของผีสาวกลอกไปมาอย่างน่าสยดสยอง
“ฮ่อ… ฮ่อ… พี่สะใภ้รอง… คุณตื่นแล้วเหรอคะ!”
เหวยหว่านกรีดร้องโหยหวน ถอยหลังหนีจนหลังติดฝา “อย่าเข้ามา! ไปให้พ้น! ไป๊!”
“แกล้งทำชัด ๆ! เหลือเวลาอีกแค่สิบนาที รีบคุยให้เสร็จซะ!” ผู้คุมส่ายหน้า
เมื่อเห็นว่าเวลาใกล้หมด ซูจิ่นอวี้จึงงัดไม้ตายสุดท้ายออกมาใช้ทันที
“พี่สะใภ้รอง… ฉันไม่เคยมีเรื่องบาดหมางอะไรกับคุณเลย ทำไมคุณถึงทำกับฉันได้ลงคอ?”
“ทำไมถึงส่งฉันที่ตอนนั้นไม่ได้สติไปทิ้งไว้แบบนั้น?”
“ฮือ ๆ… คุณรู้ไหมว่าก่อนตายฉันเจ็บปวดขนาดไหน? ดูสิ… หัวใจฉันเจ็บจนบิดเป็นก้อน… ตับนี่ก็แข็งจนด้านไปหมดแล้ว… ส่วนลำไส้นี่… มันเจ็บจนบิดเป็นเกลียวไปหมดแล้ว!”
ซูจิ่นอวี้บรรยายพลางทำท่าควักหัวใจ ตับ และลำไส้ออกมาโชว์ตรงหน้า… เหวยหว่านเกือบเป็นลมอีกรอบ แต่น่าเสียดายที่กลิ่นฉุนจากยาดมเมื่อครู่ยังคงทำให้สมองตื่นตัวจนไม่สามารถหมดสติได้อีก
“อย่าเข้ามานะ…” เธอจ้องมองภาพตรงหน้าจนสติใกล้จะหลุดลอย
ซูจิ่นอวี้พลันแสยะยิ้มกว้าง เอ่ยด้วยน้ำเสียงแค้นเคือง “ดีมาก! ในเมื่อคุณไม่ยอมพูด ฉันตายไปก็คงนอนตาไม่หลับ! ต่อให้ต้องกลายเป็นผีร้าย ฉันก็จะลากคุณลงนรกไปด้วยกัน!”
“มาเถอะ! มาตายตกไปตามกันกับฉันนี่แหละ!”
ซูจิ่นอวี้แผดเสียงตะโกนพลางพุ่งเข้าใส่เหวยหว่าน จนใ