ล่ว แม่บ้านอู๋ขนวัตถุดิบห่อบะจ่างมาวางเตรียมไว้ในห้องอาหาร ซู่เป่าและหานหานนั่งประจำที่บนเก้าอี้ตัวเตี้ย ในอ้อมแขนโอบบะจ่างลูกเล็ก ๆ พลางตั้งอกตั้งใจผูกเชือกอย่างขะมักเขม้น
“ซู่เป่า หานหาน ระวังหน่อยนะลูก เส้นไม้ไผ่นี่คมมากจะบาดมือเอา” คุณยายซูเอ่ยเตือน
บะจ่างสูตรตระกูลซูมีทั้งไส้เค็มที่ใช้เนื้อห้าเครื่องเทศกับเนื้อแดงน้ำเงิน ห่อด้วยใบไผ่และผูกด้วยเส้นไม้ไผ่บาง ๆ ตามกรรมวิธีดั้งเดิมของทางใต้ ส่วนบะจ่างไส้หวานอย่างพุทราแดงและถั่วแดงจะผูกด้วยเชือกเส้นเล็กเพื่อให้แยกแยะได้ง่าย
“คุณยายวางใจได้เลยค่ะ ซู่เป่าจะห่อด้วยตัวเองให้หมดเลย!” ยัยหนูพูดแจ้ว ๆ พลางนับนิ้ว “ลุงใหญ่บอกจะกินสองอัน ลุงรองกับลุงห้าจะกินแปดอัน ลุงสามกินสองอัน ส่วนลุงสี่… เขาบอกว่าจะกินสิบเอ็ดอันค่ะ!”
เธอยังนับเผื่อพี่ชายคนเล็ก พี่หานหาน พี่เหอเวิ่น พี่จื่อซี คุณตาคุณยาย พ่อแม่ เสี่ยวอู่ และไม่ลืมคุณปู่เต่าด้วย… นับไปนับมาก็ได้กองพะเนิน
“แล้วซู่เป่าจะกินกี่อันล่ะลูก?” คุณนายซูหัวเราะอย่างเอ็นดู
“โอ๊ะ! เกือบลืมนับตัวเองไปเลยค่ะ!” เด็กน้อยอุทาน “อืม… งั้นหนูจะกินสัก… ห้า หก เจ็ด แปดอันเลยค่ะ!”
“งั้นให้แม่บ้านอู๋ช่วยห่อเถอะ มันเยอะเกินไปเดี๋ยวจะเหนื่อยเอา”
“ไม่เอาค่ะ หนูอยากห่อเอง!” ซู่เป่ายืนกรานเสียงแข็ง
ด้านหานหานที่พยายามห่อมาพักใหญ่ ใบไผ่ซ้อนกันสี่ห้าชั้นแต่ไส้เนื้อก็ยังปลิ้นออกมาให้เห็น เธอเกาหัวด้วยท่าทีหัวเสีย “ทำไม