เราไม่เอาเนื้อกับข้าวใส่หม้อต้มรวมกันไปเลยล่ะคะ? ยังไงสุดท้ายมันก็ลงไปรวมกันในท้องอยู่ดี จะเสียเวลาห่อให้ยุ่งยากทำไม กินก็ยากต้องมานั่งแกะอีก!”
ซู่เป่าทำหน้าเป็นผู้ใหญ่ตัวน้อย “พี่หานหานไม่เข้าใจหรอกค่ะ นี่เขาเรียกว่า ‘ความรู้สึกของพิธีกรรม’ นะคะ! แม่บอกว่าเรื่องนี้สำคัญมาก”
หานหานซึ่งหมดความอดทนโยนใบไผ่ทิ้งทันที “ไม่ห่อแล้ว! ถ้าฉันยอมห่ออีกนะ ให้ฉันกลายเป็นหมาไปเลย!” ต่อให้น้องสาวตัวน้อยจะอยู่ตรงนี้เธอก็ไม่สนแล้ว ความจริงเธอมานี่ก็เพราะอยากเล่นกับซู่เป่า ไม่ใช่มานั่งพับใบไม้พวกนี้!
“พี่หานหานระวังนะคะ สาบานมั่ว ๆ เดี๋ยวฟ้าจะลงโทษน้า” ซู่เป่าหัวเราะคิกคัก
“ไม่ห่อก็ไม่เป็นไรจ้ะ เดี๋ยวป้าทำเอง” แม่บ้านอู๋หัวเราะสมทบ
หานหานดีใจรีบวิ่งไปยังห้องนั่งเล่นเพื่อจะเล่นโทรศัพท์ ทว่าซูจื่อหลินเดินลงมาจากชั้นบนพอดี ในมือถือหนังสือคัดลายมือมาสองเล่มหนาเตอะ หานหานหน้าถอดสีทันที เธอรีบกลับลำตะโกนบอกพ่อว่า “คุณพ่อคะ! หนูเปลี่ยนใจแล้ว หนูจะไปห่อบะจ่างต่อเดี๋ยวนี้แหละค่ะ!”
ซู่เป่าเงยหน้าขึ้นมองตาปริบ ๆ “พี่หานหาน ไม่ได้นะ! เดี๋ยวพี่จะกลายเป็นหมาน้อยนะ!”
จะกลายเป็นหมาก็ยอม! ดีกว่าต้องไปนั่งเรียนหนังสือ!
หานหานคิดในใจ แต่ว่าซูจื่อหลินกลับเอ่ยเสียงเย็น “หยุดอยู่ตรงนั้นแหละ!”
“คุณพ่อคะ วันหยุดนะคะ จะไม่ให้หนูพักบ้างเลยเหรอ?” หานหานอ้อนวอนหน้าเศร้า
“ไม่ได้” คำสั่งเด็ดขาดของลูกชายคนรองของบ้านทำให้หานหานต้อ