ายามจะบึ้งตึงแต่กลับซ่อนความใจอ่อนไว้ไม่มิด
เขาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะพึมพำเสียงค่อย “…สีฟ้า”
ในที่สุดกำแพงเมืองจีนที่ว่าแข็งแกร่งก็พังทลายลง ท่านผู้เฒ่าซูยอมพ่ายแพ้ราบคาบ พลางส่งมือเหี่ยวหย่นแต่ดูภูมิฐานให้หลานสาวตัวน้อยอย่างจำนน
ซู่เป่าเล่นสนุกจนติดใจ ทาเล็บให้คุณตาอย่างประณีต มู่กุยฝานเห็นดังนั้นก็คิดในใจว่า ‘ในเมื่อทุกข์กันหมดแล้ว จะหนีไปคนเดียวได้ยังไง’
“ซู่เป่า พ่อว่าคุณลุงใหญ่เหมาะกับสีชมพูบาร์บี้ ส่วนคุณลุงรอง… อืม สีดำก็น่าจะเท่ดีนะ”
“อื้อ ๆ ! คุณลุงใหญ่ คุณลุงรอง อย่าเพิ่งไปไหนนะ มาเข้าคิวเร็วค่ะ!” ซู่เป่าตาเป็นประกายวิบวับ
คุณนายซู กลั้นหัวเราะจนปวดท้อง มองดูกลุ่มชายฉกรรจ์ตัวโตถูกเด็กหญิงตัวน้อยสยบเสียอยู่หมัด
ช่างเป็นเรื่องจริงที่ว่าทุกสิ่งในโลกย่อมมีสิ่งที่ปราบมันได้!
เมื่อแสงไฟยามค่ำคืนเริ่มสว่างไสว ท่าเรือในสวนสาธารณะ กลุ่มคนที่มีพฤติกรรมประหลาดก็เริ่มปรากฏตัวขึ้น…
ชายหนุ่มร่างกำยำสามคนเดินก้มหน้าก้มตา สอดมือเข้ากระเป๋าเสื้อพลางดึงฮู้ดของเสื้อแจ็คเก็ตลงมาปิดบังใบหน้า พวกเขาไม่เอ่ยปากพูดจาสักคำขณะก้าวขึ้นเรือด้วยท่าทีระแวดระวังผิดปกติ
ตามหลังพวกเขามาด้วยเด็กชายตัวน้อยคนหนึ่งเดินกระโดดโลดเต้นด้วยท่าทีร่าเริง
ถัดจากเด็กชาย คือร่างของหญิงสาวในชุดสีแดงสด แต่งหน้าจัดจ้านเกินงาม ไม่ว่ามองจากมุมไหนก็ดูแปลกประหลาดจนน่าสงสัย…
และปิดท้ายขบวนด้วยหญิงสาวท่าทางเหมือนนักศึกษาม