สำคัญจะคุยด้วย” ซูอีเฉินเดินเข้ามาเรียก
“ได้เลยค่ะ!” ซู่เป่าเงยหน้าตอบรับทันที
จี้ฉางรีบกระซิบเตือน “พาคุณแม่ขึ้นไปด้วย… อ้อ แล้วอย่าลืมบอกซูเสี่ยวอวี้ว่าห้ามไปไหนเด็ดขาด”
เนื่องจากซูเสี่ยวอวี้ถูกดวงจิตของซูจิ่นอวี้สถิตอยู่ ร่างกายจึงพลอยมีรัศมีแห่งโชคลาภแฝงไปด้วย เหล่าดวงวิญญาณที่วนเวียนอยู่ล้วนมาเพราะหวังมาพึ่งพิงรัศมีเหล่านั้น หากดวงวิญญาณร้ายแบ่งชิงแสงสีทองไปได้ ภพหน้าของพวกมันย่อมดีขึ้น
ดังนั้นจี้ฉางจึงไม่อาจปล่อยให้ซูเสี่ยวอวี้กลับไปเผชิญอันตรายเพียงลำพังในคืนนี้ได้
“พี่สาวคะ อย่าเพิ่งกลับนะ คืนนี้ค้างที่นี่เถอะค่ะ” ซู่เป่าพยักหน้าเข้าใจ
“ค้าง… ค้างที่นี่หรือคะ?” ซูเสี่ยวอวี้ชะงัก
เมื่อลุงเนี่ยได้ยินดังนั้นจึงรีบจัดการเตรียมห้องรับแขกให้ทันที ประจวบเหมาะกับที่ซูจื่อหลินมาตามหานหานไปฝึกคัดอักษร เจ้าหนูหานหานจึงรีบคว้าแขนซูเสี่ยวอวี้แล้ววิ่งหนีไป “พี่สาวมาเร็ว หานหานจะพาไปดูห้องนอนเอง!”
ซูเสี่ยวอวี้จึงได้อยู่ค้างคืนด้วยประการนี้
ซู่เป่าจูงมือซูจิ่นอวี้ขึ้นบันไดไป โดยมีซูอีเฉินเดินตามหลังมาติด ๆ สายตาของเขาจับจ้องไปยังมือน้อยของซู่เป่าที่ทำท่าเหมือนกุมมือใครบางคนไว้
ซูจิ่นอวี้… ตอนนี้เธออยู่ตรงนั้นใช่ไหม?
เขาเจ็บปวดลึก ๆ หลังรู้ว่าน้องสาวเพียงคนเดียวอยู่ใกล้เพียงเอื้อมแต่กลับไม่อาจมองเห็น
ซูเหอเวิ่นเห็นท่าทีลับล่อของทุกคนก็รีบโพล่งขึ้น “ผมไปด้วย!”
ซู่เป่าหยุดเดินครู่หนึ่ง เธอมอง