กมือท้าทายด้วยท่าทางมั่นใจ ราวกับว่านี่คือช่วงเวลาที่เท่ที่สุดในชีวิต
ทว่าในวินาทีถัดมา มู่กุยฝานกลับคว้าข้อมือเขาไว้ได้ทันควัน ก่อนพลิกตัวเหวี่ยงข้ามไหล่จนร่างของซูอิงเอ๋อร์ลงไปกองกับพื้นเสียงดัง
มู่กุยฝานเคลื่อนไหวว่องไวจนคนดูมองตามไม่ทัน รู้ตัวอีกทีคนร้ายก็พ่ายแพ้ราบคาบเสียแล้ว
เสียงปรบมือและโห่ร้องแสดงความยินดีดังระงม เด็กผู้หญิงพากันมองมู่กุยฝานด้วยสายตาเปี่ยมไปด้วยศรัทธาราวกับเห็นฮีโร่ ส่วนพวกเด็กผู้ชายกลับมองเขาประดุจเป็นอุลตร้าแมนหลุดออกมาจากจอโทรทัศน์
ซูอิงเอ๋อร์หน้าแดงระเรื่อด้วยความอับอาย รีบตะโกนประท้วง “เริ่มใหม่! เมื่อกี้หมอนี่เล่นทีเผลอ ไม่นับ!”
“ย่อมได้” มู่กุยฝานเลิกคิ้วขึ้นน้อย ๆ
ซูอิงเอ๋อร์ลุกขึ้นเตรียมพร้อม ทันทีที่เห็นมู่กุยฝานหันไปมองทางซู่เป่า เขาก็ถือคติว่าในการรบย่อมไม่ถือสากลยุทธ์!
เขาจึงพุ่งตัวเข้าไปอย่างรวดเร็ว หวังจัดการอีกฝ่ายให้คว่ำลงในจังหวะที่ไม่ได้ระวังตัว!
“ข้างหลัง! ระวังข้างหลังค่ะคุณครูฝึกมู่!” เด็ก ๆ ต่างร้องเสียงหลงด้วยความตกใจ
ซูอิงเอ๋อร์แสยะยิ้มแห่งชัยชนะอยู่ในใจ…
แต่แล้วเพียงแค่มือแตะถูกตัวมู่กุยฝาน โลกหมุนคว้างในพริบตา ร่างของเขาล้มคว่ำหน้าลงกระแทกพื้นในท่าเดิมซ้ำอีกหน
เด็กนักเรียนชั้นอนุบาลใหญ่คนหนึ่งถึงกับกระโดดโลดเต้น “สุดยอดไปเลย! เยี่ยมยอดที่สุด!”
ในขณะที่คุณพ่อมู่สร้างความประทับใจจนกลายเป็นตำนานของโรงเรียน คุณลุงซูอิงเอ๋อร์กลับกลายเ