าหา พลางสะบัดหน้าอย่างแง่งอน “อี้ปิน ทำไมมาที่นี่ล่ะคะ? ก็บอกแล้วไงว่าไม่ต้องมาหาฉันที่โรงเรียนน่ะ!”
“ผมกลัวคุณจะลืมกินข้าวอีก เดี๋ยวก็ปวดท้องหรอก” อี้ปินยื่นกล่องอาหารให้เธอแล้วเม้มปากพูด
“ขอบคุณนะอี้ปิน คุณดีกับฉันจริงๆ…” ครูเชอร์รี่รับมาแล้วเอ่ยขอบคุณเสียงหวาน
“แค่คำขอบคุณเองเหรอ?” อี้ปินถามหยั่งเชิง
“เอ๋? แล้วคุณอยากได้อะไรอีกละคะ” ครูเชอร์รี่ทำตาใส
อี้ปินชี้นิ้วไปข้างแก้มของตัวเอง ครูเชอร์รี่หน้าแดงซ่านทันที เธอหันมองไปรอบๆ ก่อนประทับจูบลงบนแก้มของอี้ปินเบา ๆ
แล้วเธอกระทืบเท้าเขินอายพลางพูดว่า “บ้าที่สุดเลย!” พูดจบเธอก็หอบกล่องข้าววิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว
“เชอร์รี่น้อย น่ารักจริง ๆ ” อี้ปินหลุดยิ้มออกมา พึมพำกับตัวเองแล้วลูบแก้มนึกถึงสัมผัสอุ่น ๆ เมื่อกี้
สิ่งที่ไม่มีใครรู้ก็คือ “ผีเจ้าชู้” ที่สิงสถิตอยู่บนศีรษะของครูเชอร์รี่ กำลังแสดงสีหน้าเคลิบเคลิ้มมัวเมา และเกาะติดแน่นขึ้นยิ่งกว่าเดิม…
*
คุณนายซูผู้เฒ่ายืนชะเง้อรออยู่หน้าประตูบ้าน รอแล้วรอเล่า ในที่สุดเธอก็เห็นซู่เป่ากลับมา เธอรีบเข้าไปดึงตัวหลานสาวเข้ามาหา ใบหน้าเต็มไปด้วยความห่วงใย
“ซู่เป่ามาหายายสิลูก ให้ยายดูหน่อย แผลบนใบหน้ายังเจ็บอยู่ไหม?”
“ไม่เจ็บแล้วค่ะ!” ซู่เป่าส่ายหน้า
ทว่ารอยสีแดงของยาไอโอดีนบนแผลนั้น กลับดูน่าตกใจจนบีบหัวใจคนมอง
คุณนายซูผู้เฒ่ารู้สึกจุกอก ครั้งก่อน ตอนมู่กุยฝานพาซู่เป่าไปจนหน้าผากช้ำ ก็เพิ่งจะทายา