ตอนกินข้าวกลางวันค่ะ หนูทานเสร็จคนแรกแถมยังทานสะอาดที่สุด คุณครูเลยให้รางวัลมาอีก” ซู่เป่าเล่าต่อเจื้อยแจ้ว
อืม… แชมป์นักกิน ได้รางวัล”
“แล้วก็อันนี้ หนูช่วยคุณครูจัดเก้าอี้ตัวเล็ก ๆ เข้าที่ค่ะ…”
“ผู้ช่วยตัวจิ๋วของคุณครู…”
ภาพพ่อลูกสองคนก้มหน้าก้มตาเขียนบันทึกความทรงจำลงบนโต๊ะไม้ดูอบอุ่น
ครั้นถึงเวลากลางคืน ขณะที่มู่กุยฝานกำลังกล่อมซู่เป่าให้เข้าสู่นิทรา
เขาก็เปรยขึ้นด้วยเสียงทุ้มนุ่ม “ซู่เป่า… หนูคิดว่าสิ่งที่พ่อทำในวันนี้ถูกต้องไหมลูก?”
“การตีคนอื่นดูเหมือนจะไม่ค่อยถูกต้องนะคะ…” ซู่เป่านิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนจะตอบ
แต่เธอก็เผลอตีหยางหยางไปแล้วเหมือนกันนี่นา…
คิดได้ดังนั้นเด็กน้อยก็บอกตัวเองว่า อย่าไปตั้งมาตรฐานกับคุณพ่อสูงเกินไปนักเลย…
“อืม… ซู่เป่าพูดถูกแล้ว การทำร้ายคนอื่นเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง” มู่กุยฝานลูบศีรษะเล็ก ๆ ของซู่เป่าอย่างแผ่วเบา
“แต่การรับมือกับคนที่แตกต่างกัน เราก็ต้องใช้วิธีที่ต่างกันไป บางคนเวลาที่หนูพูดเหตุผลกับเขา เขากลับเลือกจะใช้กำปั้นใส่หนู แต่พอหนูใช้กำปั้นสวนกลับไปบ้าง เขากลับเพิ่งอยากจะมานั่งพูดเหตุผลกับหนูแทน…”
“เพราะฉะนั้น บางครั้งอย่าไปยึดติดกับกฎเกณฑ์จนเกินไปนัก เพราะมันจะทำให้หนูเสียเปรียบได้ง่าย เข้าใจไหมลูก?”
ซู่เป่าพยักหน้าหงึก ๆ แบบครึ่งเข้าใจครึ่งงุนงง
มู่กุยฝานเองก็ไม่ได้คาดหวังว่าเด็กตัวแค่นี้จะเข้าใจสัจธรรมชีวิตอะไรมากมาย เขาคือคนที่ก้าวออกมาจากด