ณย่าของหยางหยางคะ คุณกำลังเข้าใจผิดค่ะ! เรื่องมันเริ่มตั้งแต่ตอนมื้อเช้า หยางหยางล้อเลียนซู่เป่าไม่หยุด พอถึงช่วงแนะนำตัวเขาก็เข้าไปก่อกวน จนกระทั่งมาดึงผมซู่เป่านี่แหละค่ะ ซู่เป่าถึงได้หมดความอดทน”
คุณย่าชะงักไปอึดใจหนึ่ง… เปลี่ยนสีหน้าเป็นโกรธจัดยิ่งกว่าเดิม
“โถ่เอ๊ย! ก็แค่พูดล้อเล่นประโยคสองประโยค มันจะตายไหม? เด็กตัวแค่นี้จะไปพูดอะไรเลวร้ายได้ขนาดนั้นเชียว? แค่นี้ต้องลงไม้ลงมือ ช่างเป็นเด็กขี้โมโหอะไรขนาดนี้!”
“แล้วเรื่องดึงผมน่ะ เด็กผู้ชายคนไหนมันไม่ซนบ้าง? ดึงนิดดึงหน่อยไม่เห็นจะเป็นเรื่องใหญ่ แต่นี่ถึงกับเตะต่อยหลานฉันเนี่ยนะ???”
ในฐานะครู เธอพยายามอย่างยิ่งที่จะวางตัวเป็นกลางเพื่อไกล่เกลี่ยความขัดแย้งของทั้งสองบ้าน แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะซู่เป่านั้นดูเป็นเด็กน่าสงสาร อีกยังว่าง่ายเกินไป หรือเป็นเพราะตรรกะของคุณย่าคนนี้มันน่ารำคาญจนเหลืออด
ครูฮวาจึงตัดสินใจแบมือออก เผยกิ๊บติดผมรูปกระต่ายน้อยที่เธอกำไว้มาตลอด “หยางหยางลงมือไม่เบาเลยนะคะ”
ภาพที่ทุกคนเห็นคือ บนกิ๊บรูปกระต่ายนั้นมีเส้นผมเล็ก ๆ กระจุกหนึ่งพันติดอยู่จนแน่น บ่งบอกได้ชัดเจนว่าตอนกระชากออกมานั้นต้องใช้แรงขนาดไหน
พริบตานั้น ใบหน้าของมู่กุยฝานก็หม่นหมองลงจนดูน่ากลัว รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศในห้องอึดอัด แม้แต่ท่านผู้เฒ่าทั้งสองและซูอีเฉินก็รู้สึกหนาวสั่นไปถึงขั้วหัวใจ ด้วยความโกรธที่อัดแน่น
ผู้อำนวยการโรงเรียนเห็