ั้งอบอุ่นและอ่อนโยนอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน
“ขอบคุณนะ” เขาเอื้อมมือไปแตะจมูกมนเล็ก ๆ ของเธอ
ซู่เป่ารีบเอามือปิดจมูกทันที พลางหัวเราะคิกคักเพราะความจั๊กจี้ “ไม่เป็นไรค่า!”
แม้เจ้าตัวน้อยจะให้ความไว้วางใจอย่างไร้เงื่อนไข แต่มู่กุยฝานรู้สึกว่าเขาควรอธิบายเรื่องราวให้ชัดเจน เขาขยับไปนั่งบนขอบเตียง ยืดตัวนอนราบลงพลางเอ่ยด้วยความผ่อนคลาย “มาสิ… มานอนคุยกัน”
ซู่เป่าล้มตัวลงนอนทันที ศีรษะเล็ก ๆ หนุนลงบนไหล่กว้างของมู่กุยฝาน ขาทั้งสองเหยียดตรง มือน้อย ๆ กางออก
เป็นการนอนราบเรียบที่ดูน่าเอ็นดูยิ่งนัก
มู่กุยฝานประสานมือหนุนศีรษะ จ้องมองเพดานพลางเล่าด้วยเสียงทุ้มต่ำ “ช่วงก่อนหน้านี้ พ่อไปปฏิบัติภารกิจมา…”
“อื้อ ๆ!” ซู่เป่ารับคำตั้งใจฟัง
“ในนาทีสุดท้าย เด็กหญิงคนนั้นร้องไห้บอกพ่อว่าเธอไม่อยากตาย…” มู่กุยฝานดวงตาเศร้าหมองลง “พ่อให้เธอไปซ่อนในรถก่อน และสัญญากับเธอว่าจะพาหนีออกไปให้ได้”
“แต่พ่อ… ทำตามสัญญาไม่ได้”
สถานการณ์ในตอนนั้นคับขันเกินไป เพียงเขาเผลอเพียงครู่เดียว หัวหน้าผู้ก่อการร้ายก็ปีนขึ้นไปบนรถเสียแล้ว
“กระสุนที่พ่อยิงออกไปน่ะ โดนคนเลวคนนั้นจริง ๆ แต่มันทำให้เด็กหญิงเสียชีวิตตามไปด้วย… ผีผู้หญิงเมื่อคืนน่ะ ไม่ได้เล่าความจริงทั้งหมด”
ซู่เป่าฟังจนเข้าใจแล้ว เธอพึมพำเสียงแผ่ว “หนูรู้แล้วค่ะ ป้าคนที่กอดหัวนั่นนิสัยไม่ดีจริง ๆ ด้วย”
“คุณพ่อคะ… พ่อเสียใจมากใช่ไหม?” เด็กน้อยเงยหน้ามองมู่กุยฝ