าน
“อืม… เพราะพ่อยังแข็งแกร่งไม่พอ” มู่กุยฝานรู้สึกขมปร่าในลำคอ เสียงของเขาแหบพร่าลงเล็กน้อย
ซู่เป่ามองพ่อด้วยสายตาเปี่ยมไปด้วยความเข้าใจ
เดิมทีพ่อก็มีความรู้สึกเหมือนกับเธอสินะ?
ทั้งเจ็บในอกและรู้สึกอัดอั้นใจไม่ต่างกัน
“แล้วคุณพ่อจะยังเป็นเทพผู้พิทักษ์ต่อไปไหมคะ?”
“เป็นสิ” มู่กุยฝานก้มมองลูกสาว พยักหน้าอย่างหนักแน่น
เมื่อก่อนเขาทำเพื่อประเทศชาติ เพราะเขาตัวคนเดียวไม่มีภาระผูกพัน แต่ตอนนี้เขาเข้าใจความหมายของการปกป้องลึกซึ้งยิ่งขึ้น
เพราะเขามีลูกสาวที่ต้องเป็นห่วง มีประเทศจึงมีบ้าน เขาอยากให้ลูกน้อยเติบโตอย่างสง่างาม ภายใต้แสงอาทิตย์อันสดใส
“แล้วต่อไปถ้าพ่อต้องเห็นเรื่องไม่ดีพวกนั้นอีก พ่อจะไม่รู้สึกเจ็บปวดในใจเหรอคะ?” ซู่เป่าดูเหมือนยังสับสนอยู่บ้างจึงถามอู้อี้
“รู้สึกสิ แต่ไม่เป็นไรหรอก ทุกสิ่งที่ทุกคนทำ ล้วนมีความหมายในตัวเองทั้งนั้น” มู่กุยฝานยิ้ม “เมื่อก่อนเวลาพ่อทำงานเสร็จ พ่อมักจะไปกินไอศกรีมก้อนใหญ่ ๆ… แล้วความทุกข์ใจทุกอย่างก็หายไปหมดเลย”
“อื้ม! จริงด้วยเนอะ!” คำพูดนั้นเหมือนประกายไฟ ทำให้ซู่เป่าเข้าใจขึ้นมาทันที ความอึดอัดในใจพลันสลายหายไป
ซู่เป่าพลิกตัวลุกขึ้นมาชูนิ้วโป้งแล้วกดลงกลางหว่างคิ้วของมู่กุยฝานเหมือนเป็นการประทับตรา “คุณพ่อเก่งที่สุด!”
“เราจะพยายามไปด้วยกันนะคะ~”
มู่กุยฝานหัวเราะเบา ๆ เขาคว้าตัวเจ้าก้อนกลมมาแกล้งจั๊กจี้อย่างสนุกสนาน “จั๊กกะจี้ ๆ!”
ซู่เป่าหัวเรา