ต่น่าเสียดายที่มันสูญเสียพลังไปแล้ว จากการปะทะครั้งก่อน ยันต์ใบนั้นจึงเป็นเพียงกระดาษธรรมดาที่ร่วงลงสู่พื้น
ในเสี้ยววินาทีวิกฤต สายฟ้าสีดำสายหนึ่งแล่นผ่านอากาศดัง ฉับ!
แรงปะทะมหาศาลฟาดร่างผีสาวไร้หัวจนกระเด็นหวืดออกไปทันที
ร่างสูงโปร่งในชุดขาวสะอาดตาก้าวออกมา ใบหน้าหล่อเหลาเย็นชาผิวขาวซีดตัดกับริมฝีปากสีแดงสด… เขาคือจี้ฉาง
ซูเหอเวิ่นแทบหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความดีใจ “อาจารย์!” เขาไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งจะรู้สึกตื่นเต้นกับการเจอผีได้ขนาดนี้
สีหน้าของจี้ฉางดูแย่เอาการ เขาเพิ่งจากไปไม่กี่วัน เหตุใดคฤหาสน์หลังนี้ ถึงมีวิญญาณร้ายเพิ่มมาอีกตนได้ เขาปรี่เข้าไปหาซู่เป่า คว้ามือของเธอไว้แล้วถามด้วยน้ำเสียงอ่อนลง “เป็นอะไรหรือเปล่า?”
ซู่เป่าตอบเสียงอู้อี้อย่างเหนื่อยอ่อน “อืม…” แม้ในยามบาดเจ็บ เธอก็ยังมิวายเลียนแบบน้ำเสียงสุขุมของมู่กุยฝานได้คล้ายคลึงถึงเจ็ดส่วน
ซู่เป่ารู้สึกถึงกระแสความอบอุ่นไหลเวียนมาจากข้อมือที่อาจารย์กุมไว้ ความมึนงงเหือดหายไป เปลี่ยนเป็นความรู้สึกสบายตัวราวกับได้แช่อยู่ในน้ำพุร้อน
ผีสาวไร้หัวเห็นท่าไม่ดี จึงสบโอกาสเตรียมเผ่นหนี ทว่าจี้ฉางไม่ต้องหันไปมองเสียด้วยซ้ำ เขาเพียงสะบัดนิ้วเบา ๆ ตาข่ายอาคมสีแดงชาดก็ตกลงมาจากเพดาน กักขังวิญญาณชั่วร้ายไว้จนมุม!
“ทำร้ายศิษย์ของฉัน แล้วยังคิดจะหนีอีกเหรอ?” เขาเอ่ยเสียงเย็น
วิญญาณร้ายดิ้นรนสุดกำลังด้วยความโกรธแค้น แต่มันกลับไร้ผลโดยสิ้น