เชิง
“อาจารย์คะ ป้าผีไร้หัวคนนี้เป็นผีประเภทไหนกันแน่?” ซู่เป่าถามขึ้น
ทำไมถึงได้ชอบแอบมุดเข้าห้องคนอื่นตอนกลางคืน แถมยังจ้องจะสิงร่างคนอื่นอีก
จี้ฉางปรายตามองแวบหนึ่งก่อนตอบเรียบ ๆ “ก็แค่พวกขยะหลงวัฒนธรรม”
ซู่เป่าทำหน้างง
มีผีประเภทนี้ด้วยหรือ ?
จี้ฉางอธิบายต่อ “ผีพวกนี้ตอนมีชีวิตชอบเลียแข้งเลียขาคนนอก ชื่นชมแต่คนแข็งแกร่งจนลืมรากเหง้า การชื่นชมคนเก่งเพื่อพัฒนาตนเองนั้นไม่ผิด”
“แต่พวกนี้น่ารังเกียจตรงที่ไม่คิดจะลุกขึ้นมาสร้างค่าให้ตัวเอง เอาแต่จ้องจะขโมยชีวิตคนอื่น รังแกคนที่อ่อนแอกว่าเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการ… ก็แค่พวกขยะที่น่ารังเกียจเท่านั้นแหละ”
พูดจบเขาก็เลิกสนใจวิญญาณในตาข่าย แล้วหันมาขมวดคิ้วใส่ลูกศิษย์ตัวน้อย พลางเขย่าข้อมือเธอเบา ๆ “นี่เธอบังคับให้วิญญาณเข้าไปในน้ำเต้าอาคมใช่ไหม?”
“อื้อ…” ซู่เป่าพยักหน้ายอมรับ
จี้ฉางยื่นนิ้วไปดีดหน้าผากเธอไม่แรงนัก “ยังจะมา ‘อื้อ’ อีก! ในเมื่อตบะยังไม่ถึงขั้น อย่าได้คิดจะจับวิญญาณร้ายโดยพลการเด็ดขาด”
“อย่างเมื่อครู่นี้ ถ้าเธอไม่ใช้น้ำเต้าวิญญาณ ผีตนนั้นก็ทำอะไรไม่ได้หรอก ถ้ามันกล้าทำร้ายเธอ ด้ายแดงจะสะท้อนการโจมตีกลับเอง”
“มันเก่งขนาดนั้นเลยเหรอคะ?” ซู่เป่ามองเชือกแดงบนข้อมือด้วยความทึ่ง
“เก่งมาก… แต่ตอนนี้เธอยังใช้มันโจมตีไม่ได้ ทำได้เพียงป้องกันตัวเท่านั้น” จี้ฉางพยักหน้า
เด็กน้อยเริ่มเข้าใจแล้ว “อ๋อ เป็นอย่างนี้นี่เอง…” เธอเริ่มม