ีกำลังวังชาขึ้นมาใหม่ “งั้นอาจารย์คะ ตอนนี้เราจับป้าผีคนนี้ได้หรือยัง?”
จี้ฉางเห็นแววตาอยากรู้อยากลองของศิษย์รัก ก็ได้แต่ทอดถอนใจด้วยความเอ็นดู ดูท่าที่เขาสอนไปเมื่อกี้ คงเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาไปหมดแล้วล่ะมั้ง…
แต่จะทำอย่างไรได้ ในเมื่อเป็นลูกศิษย์คนเดียวเขาก็ต้องตามใจอยู่แล้ว
อาจารย์และศิษย์เดินเข้าไปล้อมวิญญาณร้ายซึ่งถูกกักขังไว้ ผีสาวไร้หัวสั่นเทา “อย่า… อย่าเข้ามานะ!”
ซู่เป่านึกถึงท่าทางแสนกวนของหานหาน จึงเลียนแบบเสียงหัวเราะชั่วร้ายออกมา “ฮ่า ๆ ๆ ร้องสิ! ร้องให้คอแตกก็ไม่มีใครมาช่วยหรอกนะจ๊ะ!”
ทั้งสองหนุ่มอย่างผู้เป็นพ่อและลุงใหญ่ของเธอ ได้แต่ยืนงงงวยปนสงสัยว่าประโยคตัวร้ายแบบนี้
เด็กตัวน้อยไปเรียนมาจากใครกัน?!
บนเตียงใกล้กันนั้น หานหานยังคงนอนเตะผ้าห่มด้วยความรำคาญเสียงดัง ก่อนพลิกตัวซุกตัวนอนต่ออย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว
“ซู่เป่ากำลังคุยกับใครน่ะ?” มู่กุยฝานอดไม่ได้ จึงสะกิดถามซูเหอเวิ่น
ซูอีเฉินเองก็จ้องมองมายังลูกชายเพื่อรอคำตอบเช่นกัน
ซูเหอเวิ่นรับหน้าที่เป็นเครื่องแปลภาษาประจำตัวน้องสาวทันที เขาอธิบายรัวเร็ว “ซู่เป่ากำลังคุยกับอาจารย์อยู่ครับ อาจารย์บอกว่าเมื่อกี้ซู่เป่าไปบังคับจับผีเลยบาดเจ็บ ความจริงผีทำอะไรน้องไม่ได้… เพราะด้ายแดงบนข้อมือนั่นเก่งมาก!”
จู่ ๆ เขาก็นึกถึงโปรเจกต์สำคัญของตัวเองขึ้นมาได้
“เดี๋ยวก่อน! ผมต้องไปเอากล้องก่อน!”
ซูเหอเวิ่นวิ่งออกจากห้องไป วินาทีนี้ความ