ลมู่ของเธอได้กลายเป็นตระกูลใหญ่ผู้ทรงอิทธิพล เพราะมีหลานชายเป็นถึงเทพสงครามแห่งประเทศหลง
จนมองว่าไม่มีตระกูลไหนสามารถเทียบเคียงได้อีก แม้แต่ตระกูลซูอันมั่งคั่ง เธอก็ไม่เห็นอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย ถึงขนาดไม่แยแสความสัมพันธ์ใด ๆ กับตระกูลซูเลยสักนิด
**
วันเวลาผ่านไปเพียงชั่วพริบตา ในที่สุดวันงานเลี้ยงฉลองวันเกิดของคุณนายผู้เฒ่ามู่ก็มาถึง!
ซูอีเฉินพาซู่เป่าออกเดินทางไปยังคฤหาสน์ตระกูลมู่ วันนี้เด็กน้อยสวมชุดกระโปรงงานเลี้ยงสีขาวเรียบง่าย ชายกระโปรงฟูฟ่องดูน่ารักราวกับดอกไม้ดอกเล็ก ๆ เพิ่งผลิบาน
ทันทีที่ลงจากรถ พวกเขาก็พบกับ เวินหรูอวิ๋น และ ซืออี้หราน ที่ยืนรออยู่หน้าประตูทางเข้า ซูอีเฉินพยักหน้าทักทายแล้วเอ่ยถามทั้งคู่ “คุณซือไม่ได้มาด้วยเหรอครับ?”
“เขามีภารกิจเร่งด่วนที่ต่างประเทศน่ะค่ะ” เวินหรูอวิ๋นตอบพลางหันไปส่งยิ้มให้ซู่เป่า “ตระกูลมู่นี่ถือตัวสูงเสียดฟ้า วางท่าจนตาอยู่บนหน้าผาก เพราะแบบนี้ฉันถึงรอพวกคุณแล้วเข้าไปพร้อมกัน”
ตระกูลซือนั้นมีรากฐานมาจากฝ่ายทหารโดยตรง คนในปักกิ่งต่างรู้ดี ว่าตระกูลมู่จะให้ความสำคัญเฉพาะคนที่มีตำแหน่งในระบบราชการเท่านั้น ซูอีเฉินเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย พลางปฏิเสธอย่างสุภาพ “จริงๆ แล้วไม่จำเป็นต้องลำบากขนาดนั้นเลยครับ”
เวินหรูอวิ๋นโบกมืออย่างไม่ถือสา “สำหรับคุณน่ะไม่เป็นไรหรอก แต่ซู่เป่าไม่เหมือนกัน! เธอเป็นเด็กผู้หญิงที่บอบบางน่ารักนะ จะปล่อยให้ใครม