ารังแกได้ยังไง” เธอเอ่ยพลางลูบผมเปียของเด็กน้อยด้วยความเอ็นดู
“ไม่ใช่นะคะคุณป้า หนูไม่ได้บอบบางขนาดนั้นสักหน่อย!” ซู่เป่ารีบส่ายหน้าทันที
ก็นะ… เธอสามารถงอราวเหล็กได้ด้วยมือเปล่า แถมยังยกค้อนใหญ่ได้สบาย ๆ หากมีคานงัดให้สักอัน
ในใจเด็กน้อย ถึงขั้นรู้สึกว่าต่อให้ยกโลกทั้งใบ เธอก็คงทำได้
เวินหรูอวิ๋นมองดูเจ้าก้อนนมน้อยที่ทำหน้าตาทะเล้นแต่แฝงไปด้วยกลิ่นอายจริงจัง ถึงหลุดหัวเราะออกมา “ฮ่า ๆ เอาเถอะ รอก็รอแล้ว เข้าไปข้างในพร้อมกันนี่แหละ!”
ซูอีเฉินพยักหน้ารับแล้วจูงมือซู่เป่าเดินเข้าไปข้างใน โดยมีซืออี้หรานเดินตามไม่ห่าง เด็กหนุ่มไม่ได้เจอกับซู่เป่ามาพักใหญ่ เขาแอบมองเสี้ยวหน้าของเด็กน้อยพลางนึกในใจ ว่าเธอจะยังจำเขาได้ไหม?
จู่ ๆ ซืออี้หรานก็เม้มปากแล้วยื่นมือออกมา “ให้เธอ”
บนฝ่ามือของเขามีลูกอมผลไม้สองเม็ด สีเหลืองรสสับปะรด และสีชมพูรสสตรอเบอร์รี่ ดวงตาของซู่เป่าเป็นประกายวาววับทันที ปกติเธอไม่ใช่เด็กตะกละจะรับของจากใครง่าย ๆ แต่ถ้าเป็นเพื่อนให้มาล่ะก็… มันคนละเรื่องกันนะ!
ซู่เป่ารีบชำเลืองมองซูอีเฉินแวบหนึ่งอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้ว่าอะไร เธอจึงค่อย ๆ ยื่นมือไปหยิบลูกอมมาด้วยความแนบเนียน
“ขอบคุณนะพี่ชาย!” เธอเอียงตัวไปกระซิบเบา ๆ ข้างหูซืออี้หราน
ซืออี้หรานเบือนหน้าหนี ทว่าใบหน้าที่มักจะดูเย็นชาและเฉยเมยนั้นกลับตอบรับสั้น ๆ ในลำคอ “อืม”
ซูอีเฉินทำเป็นไม่สนใจ แต่ความเคลื่อนไหวเ