ล็ก ๆ น้อย ๆ ของซู่เป่าล้วนอยู่ในสายตาเขาทั้งหมด เขาแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นปล่อยให้เจ้าตัวเล็กแอบแกะซองลูกอมเข้าปากอย่างมีความสุข
ซูอีเฉินลอบยิ้มจาง ๆ ก่อนแกล้งหันกลับมาเรียก “ซู่เป่า?”
ซู่เป่าสะดุ้งรีบหุบปากฉับพลันส่งเสียงอึมครัมในลำคอ “คุ…คุณลุงใหญ่ มีอะไรเหรอคะ?”
เธอแสร้งถามอย่างไร้พิรุธ
ซูอีเฉินหลุดขำออกมาเล็กน้อยก่อนกระแอมไอแก้เก้อ “ไม่มีอะไรครับ”
“โอเคค่ะ ถ้าคุณลุงมีอะไรเรียกหนูได้เลยนะคะ” เธอพยายามตีหน้าซื่อทำเป็นว่าไม่มีลูกอมอยู่ในปาก แต่ระหว่างที่กำลังพยายามปกปิดความลับอยู่นั้น น้ำลายเจ้ากรรมก็ดันหยดลงมาหนึ่งหยดเสียอย่างนั้น!
เวินหรูอวิ๋นเห็นเข้าก็หลุดหัวเราะพรวดออกมา “เดี๋ยวจ้ะ เดี๋ยวป้าหยิบทิชชู่ให้!” เธอหยุดเดินแล้วก้มหน้าเปิดกระเป๋าหากระดาษทิชชูให้เด็กน้อย
ซู่เป่าเงยหน้าขึ้นแล้ว สายตาก็ไปปะทะเข้ากับเค้กในห้องจัดเลี้ยงทันที หากอยู่ในบ้านตระกูลซู เธอคงวิ่งเข้าใส่ไปแล้ว แต่เด็กน้อยยังจำได้ว่าตนเองอยู่ที่ไหนจึงได้แต่อดทนไว้
ถึงอย่างนั้นสายตาก็ไม่อาจควบคุมได้ จึงแอบลอบมองเค้กชิ้นเล็ก ๆ เหล่านั้นไม่หยุด
จังหวะนั้นเอง พ่อบ้านตระกูลมู่เดินออกมาพอดี เขาเห็นซูอีเฉินและซู่เป่าก่อน โดยไม่สังเกตเห็นเวินหรูอวิ๋นที่อยู่ด้านหลัง เมื่อเห็นซู่เป่าจ้องมองเค้กตาไม่กะพริบ เขาก็หัวเราะหยันในลำคอด้วยความดูแคลน
เด็กจากเมืองเล็ก ๆ ก็เป็นแบบนี้แหละ ทำท่าทางน่าเกลียดน่าชังเสียจริง
ชัดเจนว่าไม่เคยเ