ก็นิ่วหน้าส่งเสียงฮึดฮัดทันที
“ซวยจริง ๆ ไปทางไหนก็เจอ” เธอกวาดสายตามองไปรอบ ๆ เห็นว่าเก้าอี้ในพื้นที่พักผ่อนมีคนนั่งจนเต็มหมดแล้ว เดิมทีซูเหอเวิ่นนั่งอยู่ทางซ้ายของซู่เป่า หลังจากเขาย้ายหนีผี จึงทำให้ซู่เป่าและซินจื่อเหมิงนั่งติดกันแต่ก็ยังมีช่องว่างเล็ก ๆ เหลืออยู่
“เฮ้! ขยับไปอีกนิดสิ แบ่งให้พวกเรานั่งบ้าง!” ป้าคนนั้นจึงโพล่งขึ้น
“ไม่ค่ะ พี่ชายพี่สาวของหนูนั่งอยู่อีกด้านหนึ่ง ขยับไปไม่ได้แล้ว” ซู่เป่าปฏิเสธทันควัน
“เด็กตัวกะเปี๊ยกไม่กี่คน ก้นจะใหญ่สักแค่ไหนเชียว? เบียด ๆ กันเข้าไปก็พอนั่งแล้วไม่ใช่หรือไง!” ป้าคนนั้นถลึงตาใส่
“ฉัน-ไม่-ให้! พวก-เรา-ไม่-ให้-ที่-เด็ด-ขาด!” หานหานขมวดคิ้วขึงขัง
“คุณเป็นฮองเฮาหรือครับ? ถึงคิดว่าสั่งให้พวกเราลุกแล้วพวกเราจะต้องยอมทำตามน่ะ?” ซูเหอเหวินกอดอกพลางแค่นยิ้มหยัน
“ใช่ค่ะ พวกเราไม่ให้หรอก ต่อให้หนูลุกขึ้นยืน ที่มันก็ยังไม่พอให้คุณนั่งอยู่ดี!” ซู่เป่าพยักหน้าหงึกหงักเห็นด้วย ม้านั่งตัวนี้มีพื้นที่จำกัด แม้เธอจะลุกออกไป ที่เหลือก็ไม่มีทางพอสำหรับผู้ใหญ่และเด็กโตอย่างแน่นอน
“นี่มันเด็กอะไรกัน ไร้มารยาทสิ้นดี ไม่รู้พ่อแม่สั่งสอนมายังไง!” ป้าคนนั้นโกรธจนหน้าแดงก่ำ บ่นพึมพำหยาบคาย
ประจวบเหมาะกับซูอีเฉินถือถังป๊อปคอร์นเดินกลับมาพอดี เมื่อได้ยินคำพูดนั้น ใบหน้าของเขาก็เคร่งขรึมมืดมนลงทันที
“ผมเป็นคนตามใจแกเอง คุณมีปัญหาอะไรหรือเปล่า?”
ป้าคนนั้นเป็นประ