อี้หรานสะพายกระเป๋านักเรียนพลางมองมาที่ซู่เป่าจากระยะไกล เด็กน้อยตัวนุ่มนิ่มยิ้มจนตาโค้งมน แก้มอวบอูม ปรากฏรอยบุ๋มตรงมุมปากทั้งสองข้างดูน่าเอ็นดูยิ่งนัก
ขณะเขากำลังเหม่อลอย จู่ ๆ ซู่เป่าก็หันมาสบตาพร้อมโบกมือน้อย ๆ ให้ ซืออี้หรานชะงักไปครู่หนึ่งก่อนโบกมือตอบโดยสัญชาตญาณ หลังจากนั้นเขาก็เขินจนแทบเดินไม่เป็น ท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ ขณะก้าวขึ้นรถโรงเรียนไป
จังหวะนั้นเอง ถังเถียนเถียน อาศัยโอกาสนี้รีบปราดเข้ามาใกล้พร้อมรอยยิ้มประจบ “สวัสดีครับคุณซู สวัสดีหนูซู่เป่าด้วยนะ!”
“เร็วเข้า ทักทายสิ!” เขาพูดพลางกดศีรษะลูกชายลง
“สวัสดีครับคุณลุงซู สวัสดีนะซู่เป่า” ถังจื่อหาง จำต้องเอ่ยตามอย่างเสียไม่ได้
ซูอีเฉินจ้องมองถังจื่อหางเขม็ง เด็กชายคนนี้สินะที่ส่งจดหมายให้ซู่เป่าจนต้องโดนทำโทษยืนด้วยกันในห้องเรียน?
โบราณว่าไว้ ครอบครัวที่มีลูกชายมักมองเด็กผู้หญิงทุกคนเป็นลูกสะใภ้ในอนาคต แต่ครอบครัวที่มีลูกสาว กลับมองเด็กผู้ชายทุกคนเป็นหัวขโมยที่มาลักพาตัวลูกกระต่ายน้อยแสนรักของพวกเขาไป!
“มีธุระอะไรหรือเปล่า?” ซูอีเฉินหรี่ตามองด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“คือ… ผมมีเรื่องอยากขอความช่วยเหลือจากหนูซู่เป่าสักหน่อยครับ” ถังเถียนเถียนกระแอมเบา ๆ
ซูอีเฉินขมวดคิ้วฉับ ขอร้องซู่เป่าอย่างนั้นหรือ?
“มีอะไรให้หนูช่วยหรือคะ?” ซู่เป่าเอียงคอถามด้วยความสงสัย
ถังเถียนเถียนถอนหายใจยาวพลางกล่าว “วันก่อนได้ยินคนพูดกันว่าหนูซู่เป่าช่วยชีว