เห็นซู่เป่าล้วงเข้าไปในกระเป๋าแล้วหยิบเต่าแก่ ออกมาวางหงายหลังนอนแผ่บนโต๊ะหน้าตาเฉย
ไม่พอ… เด็กน้อยยังควักนกแก้วออกมาอีกตัว แล้วยัดมันเข้าไปในลิ้นชักโต๊ะเรียน
ข้าเป็นเต่าศักดิ์สิทธิ์นะเฮ้ย! เต่าแก่โวยวายในใจ
ส่วนเจ้าเสี่ยวอู่รีบซอยเท้าเดินรูปเลขแปดเข้าไปซ่อนตัวในมุมมืดของลิ้นชักอย่างรู้ความ
เสวี่ยเอ๋อร์ถึงกับนิ่งอึ้ง เพื่อน ๆ ทั้งห้องต่างพากันตกตะลึงจนตาค้าง แม้แต่ครูสาวก็ยังยืนอ้าปากค้างกับภาพที่เห็น
นี่มันคือการกระทำอันใดกัน!?
ซูเหอเวิ่นรู้สึกอับอายจนต้องเอามือกุมขมับซบหน้าลงกับโต๊ะ
“เอ่อ… หนูซู่เป่าจ๊ะ นี่มัน…” ครูสาวพยายามหาคำพูดที่เหมาะสมมาอธิบายเหตุการณ์นี้
“คุณครูไม่ต้องกังวลนะคะ คุณตาเต่าเขาพูดไม่ได้หรอกค่ะ ส่วนเสี่ยวอู่เขาก็จะไม่ส่งเสียงรบกวนเด็ดขาด” ซู่เป่าเอ่ยตอบอย่างว่านอนสอนง่าย
เธอนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนเสริมด้วยเหตุผลที่ทำเอาทุกคนพูดไม่ออก “ถ้าซู่เป่ามาโรงเรียนแล้วทิ้งให้พวกเขาอยู่บ้านตามลำพัง พวกเขาจะเหงามากค่ะ พวกเขาก็เลยงอแงอยากตามมาเรียนกับซู่เป่าด้วย”
ครูสาวกุมขมับพลางถอนใจ มุมปากกระตุกยิก ๆ
เต่ากับนกเนี่ยนะจะรู้จักความเหงา!
ไม่สิ… เด็กตัวแค่นี้จะไปเข้าใจเรื่องความอ้างว้างได้ยังไงกัน!
คุณครูไม่ได้เอ่ยขัด เพียงส่งยิ้มเจื่อน ๆ ให้ ก่อนจะกำชับว่า “ซู่เป่าจ๊ะ ตอนนี้เป็นเวลาเรียนนะลูก ถ้าเต่าหรือนกแก้วส่งเสียงรบกวน ครูจำเป็นต้องเชิญพวกเขาออกไปพักข้างนอกนะ ตกลงไหม?”
สาเหต