เหงื่อที่ไหลซึมออกมาบนหน้าผาก
“อื้อ! คุณลุงใหญ่มัดนานขนาดนี้ ต้องออกมาสวยมากแน่ ๆ เลย” ซู่เป่าให้กำลังใจคุณลุง
“…อืม” ซูอีเฉินขานรับในลำคอพลางถอนหายใจยาว
เขาทิ้งมือที่สั่นน้อย ๆ ลงข้างลำตัวอย่างยอมแพ้ต่อโชคชะตา สายตาที่เคยเฉียบคมยามมองกราฟหุ้น กลับสั่นไหวเล็กน้อย ขณะจดจ้องผลงานผมแกละสองข้าง…
จะว่าสมดุลก็ไม่ใช่ จะว่าราบเรียบก็ไม่เชิง มันดูประหลาดพิกลจนเขาเองยังไม่มั่นใจ
“……อืม ดูดีทีเดียวล่ะ”
“เสร็จแล้วเหรอคะ?” ซู่เป่าทำท่าเอื้อมมือไปสัมผัส
“เสร็จแล้วครับ แต่อย่าไปจับนะ เดี๋ยวผมมันจะยุ่ง” ซูอีเฉินรีบคว้ามือเธอไว้ทันควัน เขาหยุดหายใจครู่หนึ่งก่อนสำทับด้วยเสียงหนักแน่น “ดูดีมากจริง ๆ”
คนขับรถซึ่งนั่งอยู่ด้านหน้าได้แต่แอบชำเลืองมองผ่านกระจกหลัง พลางพยายามกลั้นขำสุดความสามารถ
ซูอีเฉินกระแอมแก้เก้อพลางหยิบเสื้อสูทมาสวมและติดกระดุมเชิ้ตให้เรียบร้อย “ไปกันเถอะ!”
ซู่เป่าผู้ว่านอนสอนง่ายพยักหน้าอย่างมีความสุข โดยไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองถูกลุงแท้ ๆ หลอกเข้าให้แล้ว…
*
บริเวณนอกประตูรถ
ผู้คนต่างมองรถเมย์บัคสีดำที่จอดสนิ่งอยู่หน้าทางเข้าด้วยความฉงน
ฝ่ายผู้จัดงานจำรถของซูอีเฉินได้แม่นยำ แต่เหตุใดรถคันนี้ถึงจอดแช่อยู่นานถึงห้านาทีโดยไม่มีวี่แววว่าคนด้านในจะลงมา? บรรดานักข่าวต่างพากันชะเง้อคอมองด้วยความสงสัย
ในเมื่อซูอีเฉินไม่ลงจากรถ รถคันอื่นที่ตามมาจึงต้องจอดต่อแถวรอ และเป็นเรื่องบังเอิญที่รถคันถัดมา