เสียงร้องไห้จุกติดค้างอยู่ในลำคอ
ซู่เป่าวิ่งไปหยุดอยู่ข้างกายคุณยายซู ก่อนล้มตัวลงนอนแผ่หลาบนพื้นหญ้าแผ่อย่างสบายอารมณ์
คุณนายซูผู้เฒ่าเอ่ยด้วยรอยยิ้มเอ็นดู “ซู่เป่าลูก อย่านอนบนพื้นสิ มันชื้นเดี๋ยวจะไม่สบายนะลูก”
พูดจบ เธอก็สั่งให้คนไปนำเตียงลมมากางให้ เจ้าตัวเล็กคล้ายกับหนอนตัวน้อยที่พยายามยกก้นจ้ำม่ำคลานกระดึ๊บขึ้นไปด้านบน
“นั่งนิ่ง ๆ เดี๋ยวยายจะไปหาของอร่อยมาให้ทาน”
มีความหิวชนิดหนึ่งที่เรียกว่า… คุณยายคิดว่า หลานหิว
คุณนายซูคิดเอาเองว่าซู่เป่าวิ่งเล่นมาพักใหญ่คงจะหิวโซแน่ ๆ จึงรีบไปจัดเตรียมของว่างมาให้
จี้ฉางเห็นดังนั้นจึงสบโอกาสลอยละลิ่วเข้ามาใกล้
“เจ้าตัวน้อย ถึงเวลาเข้าเรียนแล้วนะ!”
พอซู่เป่าได้ยินคำนั้น เธอก็รีบยกมือน้อย ๆ ขึ้นปิดหูทันที!
ท่านอาจารย์ขี้บ่นจริง ๆ เลย พอมีเวลาว่างทีไรเป็นต้องบังคับให้เรียนตลอด
สิ่งที่ท่านอาจารย์พร่ำสอนล้วนเป็นเรื่องยากเกินกว่าจะเข้าใจ ทว่าจี้ฉางกลับเรียกสิ่งเหล่านี้ว่าทฤษฎีพื้นฐาน
อย่างไรก็ตาม แม้จะปิดหูไว้แน่น แต่เสียงบ่นพึมพำของจี้ฉางก็ยังคงลอดเข้าไปให้ได้ยินอยู่ดี
“วันนี้อาจารย์จะสอนเจ้าเกี่ยวกับวิชาลึกลับทั้งห้า”
“วิชาลึกลับทั้งห้า ได้แก่ ภูเขา, การแพทย์, โชคชะตา, การทำนาย และการดูโหงวเฮ้ง”
“ภูเขา หมายถึงการปลีกวิเวกเข้าป่าลึกเพื่อบำเพ็ญเพียร ฝึกวิชาหลอมยาวิเศษ คาถาอาคม วิชาลับ…การวางกลยุทธ์กำลังพล… จนถึงระดับจิตวิญญาณที่ยากจะหยั่งถึง…