ก็ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจทันที
ไม่อุ้มลูกสาว แต่อุ้มหลานสาวเนี่ยนะ!
ซู่เป่าเงยหน้าขึ้นไปสบเข้ากับดวงตาที่เต็มไปด้วยหมอกควันสีดำของเหวยหว่านเข้าพอดี เด็กน้อยตกใจตัวโยน รีบยกแขนกอดคอซูจื่อหลินไว้แน่นทันที
ลุงรองเงยหน้ามองตามสายตาของหลานสาว เขาจ้องกลับไปยังว่าที่ภรรยาด้วยแววตาเย็นชาเพียงแวบเดียว ก่อนพาซู่เป่าขึ้นรถ ปิดประตู และขับเคลื่อนออกไปจากคฤหาสน์ทันที
เหวยหว่านยืนมองรถที่ค่อย ๆ ลับตาไป ไม่รู้ว่าเพราะอะไรหัวใจของเธอถึงได้เต้นบ้าคลั่ง ความรู้สึกหงุดหงิด กระวนกระวายใจเริ่มถาโถมเข้ามา
บริษัทโครงสร้างพื้นฐานแห่งชาติที่ซูจื่อหลินทำงานอยู่นั้น เขาคือสถาปนิกระดับสูงสุด ส่วนซูอิงเอ๋อร์ คือผู้รับผิดชอบหลักของโครงการ คนหนึ่งคอยคุมงานภายใน อีกคนดูแลงานภายนอก ทั้งสองคนเปรียบเสมือนเสาหลักที่ขาดไม่ได้ของบริษัท
ปัจจุบันทั้งคู่กำลังรับผิดชอบโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ในเขตพัฒนาฝั่งตะวันตกของเมือง ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องมาหกปีแล้ว
เหวยหว่านรู้สึกวิตกกังวลโดยไร้สาเหตุ…พื้นที่เขตก่อสร้างที่เป็นจุดเกิดเหตุในตอนนั้น ถูกพัฒนาต่อยอดไปไกลจนไม่เหลือร่องรอยเดิมให้เห็นอีกแล้ว
ไม่มีทางที่ใครจะพบเห็นอะไรแน่ ๆ…
เว้นเสียแต่ว่าคนคนนั้นจะฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้ แต่มันเป็นไปไม่ได้หรอก!
เหวยหว่านพยายามระงับจิตใจให้สงบลง ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนผิดกับแววตาเมื่อครู่
“เจ้าหญิงน้อยหานหาน…ตื่นได้แล้วนะลูก…”
หลังจากใช้ควา