้น ดวงตาของแม่เสวี่ยเอ๋อร์ก็ลุกวาวขึ้นมาทันที! พ่อของเสวี่ยเอ๋อร์รีบเข้าไปทักทาย ทำให้ทั้งครอบครัวต้องวกกลับเข้าไปในงานอีกครั้ง
เสวี่ยเอ๋อร์สูดจมูกแล้วเอ่ยอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ “คุณแม่คะ หนูขอโทษ หนูจำผิดไป…”
แม่ของเสวี่ยเอ๋อร์อยากจะดุอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็เปลี่ยนใจ “ไม่เป็นไร ไปกันเถอะ แม่จะพาหนูไปทางนั้น หนูชอบภาพวาดสีน้ำมันที่สุดไม่ใช่เหรอ? ศาสตราจารย์เหลามาถึงแล้ว นี่คือโอกาสทองของลูกนะ!”
อาจารย์เหลาคือผู้ที่อยู่สูงส่งจนยากจะพบเจอตัวจริง ไม่ต้องพูดถึงการที่จะให้ท่านมาร่วมงานเลี้ยงเช่นนี้เลย เมื่อท่านมาปรากฏตัว คุณแม่ของเสวี่ยเอ๋อร์จึงรู้สึกว่าตนเองโชคดีมาก!
เสวี่ยเอ๋อร์ตาเป็นประกายขึ้นมาทันที รีบถามย้ำ “เป็นศาสตราจารย์เหลาผู้ทรงอิทธิพลและเชี่ยวชาญ อีกทั้งยังเป็นผู้สืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ และเป็นศิลปินแห่งชาติใช่ไหมคะ?”
เธอบรรยายสรรพคุณชื่อเสียงของเขาจนครบถ้วน เพื่อแสดงว่าตนเองนั้นรู้ลึกรู้จริง
แม่ของเสวี่ยเอ๋อร์พยักหน้าอย่างพอใจ “ใช่แล้ว! เสวี่ยเอ๋อร์เก่งมาก! เดี๋ยวต้องแสดงฝีมือให้เต็มที่นะลูก!”
ภาพวาดสีน้ำมันของลูกสาวเธอเคยได้รับเลือกเข้าสู่รอบคัดเลือกกลุ่มเยาวชนของสถาบันศิลปะแห่งชาติ ซึ่งปกติแล้วแค่แชมป์ระดับจังหวัดยังยากที่จะเข้าถึง นั่นแสดงให้เห็นว่าฝีมือของเสวี่ยเอ๋อร์ไม่ธรรมดาเลย
เสวี่ยเอ๋อร์ได้รับคำชมจากแม่ยิ่งมั่นใจเต็มเปี่ยม เธอรู้สึกว่าในบรรดาเด็กทั้งหมด