นี้ เธอเป็นผู้มีพรสวรรค์ด้านการวาดรูปมากที่สุด และต้องได้รับการยอมรับจากอาจารย์เหลาแน่นอน!
เมื่อถึงเวลานั้น เธอต้องเอาชนะยัยซู่เป่าคนนั้นให้ได้ และพี่เหอเหวินต้องมองเธอด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป
ในขณะนั้นที่ชั้นสองของคฤหาสน์ คุณตาซูตบบ่าของซู่เป่า พลางกล่าวอย่างอ่อนโยนว่า
“ซู่เป่า มาเถอะลูก ตาจะพาไปแนะนำให้รู้จักกับเพื่อนเก่าคนหนึ่ง”
“ได้ค่ะ” ซู่เป่าพยักหน้าตอบรับ
เด็กน้อยร่างอวบอัดมีใบหน้าอ่อนเยาว์ กลับพยักหน้าอย่างสุขุมราวกับเป็นผู้ใหญ่ ทำเอาคุณยายซูอดขำด้วยความเอ็นดูไม่ได้
ณ ห้องโถงชั้นหนึ่ง
บรรดาแขกที่มีความรู้เรื่องศิลปะต่างรุมล้อมชายชราคนหนึ่งด้วยรอยยิ้มประจบประแจง
“ช่างยากเหลือเกินครับที่จะได้พบศาสตราจารย์เหลาตัวเป็น ๆ เป็นเกียรติมากครับ!”
“ใช่ครับ ศาสตราจารย์ออกงานยากมาก เห็นว่ากำลังเตรียมเข้าร่วมเป็นกรรมการที่ปรึกษาในการประกวดจิตรกรรมจีนครั้งที่สองหรือครับ?”
“แก่แล้ว เป็นกรรมการไม่ไหวหรอก ที่ออกมาครั้งนี้ก็เพื่อจะมารับ ‘ศิษย์คนเล็ก’ สักคนน่ะ”
ชายชราในชุดสีฟ้าส่ายหน้ายิ้ม ๆ เหลาจื่ออี้ อารมณ์ดีเป็นพิเศษ หลังจากที่เขาได้เห็นภาพวาดที่คุณลุงซูส่งไปให้ เขาตื่นเต้นจนนอนไม่หลับถึงสองคืนเต็ม!
ภาพวาดของซู่เป่ามีจิตวิญญาณเปี่ยมล้น เขาไม่ได้เห็นเด็กมีพรสวรรค์ระดับนี้มานานหลายสิบปีแล้ว
ดังนั้นเมื่อคุณลุงซูถามว่าจะรับเธอเป็นศิษย์ไหม? แน่นอนว่าเขาต้องตอบตกลง!
คำพูดของอาจารย์เหลาเปรียบเสมือนร