ะขมวดคิ้วมุ่นด้วยความกังวล
ชายหนุ่มยืนนิ่งอยู่ตรงประตูมองดูซู่เป่าเงียบ ๆ ในอกพลันรู้สึกเจ็บแปลบด้วยความสงสาร แต่เมื่อเห็นซูจื่อหลินเดินผ่านมา เขาจึงเอ่ยเตือนด้วยเสียงต่ำ
“น้องรอง เรื่องในบ้านนายน่ะ… นายควรจะรีบจัดการให้เด็ดขาดสักที”
ย้อนกลับไปตอนที่เหวยหว่านแต่งงานเข้ามา แม้ทั้งคู่จะไม่ได้เริ่มต้นด้วยความรัก แต่ด้วยพันธะของลูกชายคนโตคือ ซูจื่อซี ชีวิตคู่จึงยังพอประคองไปได้
จนกระทั่งหานหานเกิด ครอบครัวซูถึงได้ล่วงรู้ความจริงว่าทุกอย่างคือแผนการของฝ่ายหญิง ซูจื่อหลินต้องการหย่าขาดทันที แต่ทางตระกูลเหวยกลับดื้อ ไม่ยอมเลิกรา
ประจวบกับช่วงนั้นซูจิ่นอวี้หายตัวไป ทุกคนในบ้านต่างทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมดไปกับการตามหาเธอ เรื่องราวความร้าวฉานนี้ จึงถูกปล่อยให้ยืดเยื้อเรื้อรังมาจนถึงปัจจุบัน
“ผมรู้ แต่ตอนนี้เด็ก ๆ โตกันหมดแล้ว ผมกังวลว่าการหย่าจะส่งผลกระทบต่อจิตใจของพวกเขา” ซูจื่อหลินถอนหายใจยาวอย่างเหนื่อยหน่าย ถึงอย่างไรหานหานและจื่อซีก็เป็นลูกแท้ ๆ แม้ปกติเขาจะไม่ได้ใกล้ชิดนัก แต่ความผูกพันทางสายเลือดก็ทำให้เขาตัดใจไม่ลง
ซูอีเฉินพยักหน้าเข้าใจ ทุกครอบครัวย่อมมีปมที่แก้ยาก เขาไม่อาจตัดสินใจแทนได้
“เรื่องในบ้านของนาย… นายควรเป็นคนสะสางให้เด็ดขาดด้วยตัวเอง”
ทั้งสองมองลอดเข้าไปในห้อง เห็นเจ้าตัวเล็กผ่านพ้นช่วงเวลาเศร้าโศกไปแล้ว เธอกำลังสนทนากับคุณยายของเธอเรื่องที่มาของชื่ออย่างจริงจัง
“คุณแม่