ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรว่า แค่ข้าไปปลดทุกข์ครู่เดียว ยัยเด็กสารเลวนั่นจะไปยั่วยวนเทียนเป่า? เทียนเป่าไม่ยอม ยัยเด็กสารเลวนั่นก็เลยใช้กรรไกรแทงเทียนเป่า ตอนนี้เรื่องแดงขึ้นมา นางไม่มีหน้าจะอยู่เลยไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย เจ้ามันลูกอกตัญญู กลับมาต่อว่าข้า!”
ในตอนนี้เอง อวิ๋นเจียวก็พูดแทรกขึ้นมา “พี่เหลียนเอ๋อร์ทำอะไรว่องไวปานนั้น แค่ช่วงเวลาสั้นๆ ที่มีคนไปปลดทุกข์ นางยังอุตส่าห์ไปปิดประตูบ้าน ไปยั่วยวนคน พอไม่ได้ดั่งใจก็ใช้กรรไกรแทงคนอื่นอีก… อย่างนี้ต้องทำด้วยความเร็วแค่ไหนกัน ว่าแต่ ‘ยั่วยวน’ แปลว่าอะไรหรือเจ้าคะ?”
คนข้างๆ รีบอธิบายทันที “ยั่วยวนก็คือหน้าไม่อาย ชักชวนคนอื่นทำเรื่องไม่ดี”
มีคนรีบเอ็ดทันที “พูดเรื่องพวกนี้กับเด็กน้อยได้อย่างไร สกปรกไหมนั่น?”
อวิ๋นเจียวไม่สนใจคำพูดของคนอื่น เพราะนางรู้อยู่แล้วว่ายั่วยวนแปลว่าอะไร เพียงแต่แกล้งทำเป็นไม่รู้เพราะยังเด็ก
ดวงตาประกายสดใสของนาง สามารถมองทะลุไปถึงใจคนที่จ้องกลับ เถาซื่อที่ถูกจ้องมองรู้สึกไม่สบายใจจึงหลบสายตาโดยไม่รู้ตัว พลางเอ่ยว่า “เจ้าเป็นแค่เด็กน้อยจะรู้อะไร ข้าไปปลดทุกข์ต่างหากเล่า”
อวิ๋นเจียวพูดต่อ “หากจะทำเรื่องไม่ดี ทำไมต้องทำตอนมีคนอื่นอยู่ด้วยล่ะเจ้าคะ อีกอย่างพี่เหลียนเอ๋อร์ต้องรีบร้อนแค่ไหน