่อก็เอ่ยถามฟางซื่อว่า “น้องสะใภ้ ความคิดของเจ้านี่ช่างยอดเยี่ยมจริงๆ ข้าไม่นึกเลยว่าไส้เป็ดจะสามารถกินแบบนี้ได้! น้องสะใภ้วิธีการกินแบบนี้มีที่มาที่ไปอย่างไรหรือ?”
ฟางซื่อหัวเราะเบาๆ “อาหารชนิดนี้เรียกว่าหม้อไฟ สูตรนี้เจียวเอ๋อร์ได้มาจากพ่อค้าต่างแคว้นตอนที่อยู่ที่เมืองหลวง เพียงแต่เจียวเอ๋อร์ไม่ได้ใส่ใจเท่าไรนัก จนกระทั่งวันนี้ที่ข้ากำลังเตรียมจะทำเป็ดป่าที่ถังสุ่ยนำมาให้ พอกำลังจะทิ้งไส้เป็ด เจียวเอ๋อร์ก็นึกขึ้นได้”
อาจารย์ตั่งดื่มสุราไปหนึ่งจอกแล้วคีบลูกชิ้นในน้ำปรุงใสขึ้นมากินหนึ่งคำ วางตะเกียบลงก่อนจะเอ่ยชม “สุดยอดจริงๆ! หม้อไฟเช่นนี้ ไม่ว่าจะที่เมืองหลวงหรือที่ใด ข้าก็ไม่เคยเห็นวิธีการกินแบบนี้มาก่อน หากเปิดร้านขายลูกค้าคงแน่นร้านเป็นแน่!”
เดิมทีอวิ๋นเจียวก็คิดเรื่องนี้อยู่แล้วเมื่ออาจารย์ตั่งเอ่ยขึ้น นางจึงรีบพูดต่อ “ท่านปู่ตั่งก็คิดว่าสามารถเปิดร้านขายได้หรือเจ้าคะ?”
อาจารย์ตั่งพยักหน้า “ใช่แล้ว แน่นอนว่าเปิดร้านได้ อาหารชนิดนี้ถือว่าเป็นเอกลักษณ์หนึ่งเดียวในแคว้นต้าเยี่ยเลยก็ว่าได้!”
อวิ๋นเจียวยิ้มร่า “เช่นนั้นก็ดีเลยสิเจ้าคะ ข้าจะได้หาเงินค่าขนมได้แล้ว” กล่าวจบนางก็หันไปมองอวิ๋นหลานเอ๋อร์ ฉี่เสียงและฉี่ชิ่งก่อนจะเอ่ยว่า “พี่ฉี่เสียง พี่ฉี่ชิ่ง พี่หญิงรอง