ักหน้าอย่างจริงจัง ดวงตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “ข้าจำไว้แล้วขอรับ ท่านอารอง”
เบื้องหลังมีอารองคอยหนุนหลัง มีอารองคอยให้ความช่วยเหลือ อวิ๋นฉี่ชิ่งพลันรู้สึกฮึกเหิมขึ้นมา
“เอาล่ะ เจ้ากลับไปเถิด เก็บขนมพวกนี้ให้ดี อย่าให้ใครเห็น”
“ขอรับ ท่านอารอง ท่านอาสะใภ้รอง น้องสาม น้องสี่ น้องเจียวเอ๋อร์ พวกท่านเดินกลับดีๆ นะขอรับ ข้าขอตัวกลับก่อน อ้อ จริงสิ ท่านอารอง ข้า… แม้จะไม่มีความสามารถอะไร แต่มีเรี่ยวแรง หากบ้านอารองมีงานอะไรที่ทำไม่เสร็จ ก็บอกข้าได้เลยขอรับ”
กล่าวจบอวิ๋นฉี่ชิ่งก็คำนับอวิ๋นโส่วจงและฟางซื่อ ก่อนจะรีบวิ่งกลับไปที่บ้านหลัก
ท้องฟ้าเต็มไปด้วยดวงดาวพร่างพราย เสียงแมลงดังระงมอยู่เป็นระยะจากทุ่งกว้าง อวิ๋นโส่วจงอุ้มอวิ๋นเจียว ทุกคนเดินเอื่อยกลับบ้าน
“เจียวเอ๋อร์คงง่วงแล้วใช่ไหม” อวิ๋นโส่วจงเอ่ยด้วยความสงสาร ในใจคิดว่าคราวหน้าหากเกิดเรื่องอะไรขึ้นที่บ้านเก่า จะไม่พาลูกสาวไปด้วยแล้ว
อวิ๋นเจียวส่ายหน้า “ไม่ง่วงเจ้าค่ะ แค่ไม่อยากให้ท่านพ่อท่านแม่ลำบากใจ”
ในเมื่อเรื่องราวเปิดเผยออกมาหมดแล้ว คนที่เป็นลมทั้งสองคนก็ฟื้นแล้ว คำพูดที่ควรพูดก็พูดไปแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องไปต่อล้อต่อเถียงกับคนบ้านนั้นอีก ‘บุตรไม่ควรวิพากษ์วิจารณ์ความผิดของบิดา’ เป็นกของแคว้นต้าเยี่ย
ดังนั้นต่อให้อวิ๋นเจี