าเป็นภรรยาจริงๆ! ตกลง…เจ้ายินดีที่จะแต่งกับข้าหรือไม่เล่า?”
เมิ่งซีโจวอดทนแล้วอดทนอีก กว่าจะฝืนกดแรงกระตุ้น ที่อยากจะตบหน้าโง่ๆนี้ให้ปลิวกระเด็นออกไปอย่างยากเย็น
นางถึงขั้นเกือบหลุดปากออกไปว่า
“ได้สิ! รอว่าวันใดที่ฝ่าบาททรงประกาศนโยบายใหม่ อนุญาตให้สตรีแต่งสามีเข้าบ้านได้ แล้วข้าผู้นี้จะเป็นคนแรกที่แต่งเจ้าเข้ามา! แต่งเจ้าเข้าจวนในฐานะสัตว์เลี้ยงตัวหนึ่ง!”
ทว่าในที่สุด สติยังคงเป็นฝ่ายชนะ นางจึงมิได้หลุดปากตะคอกออกไปเช่นนั้น
นางสูดลมหายใจเข้าลึกคราหนึ่ง รอยยิ้มบนใบหน้าแฝงอาการจนใจขมขื่น
“คุณชายจ้าว เรื่องแต่งงานเป็นเรื่องใหญ่ แต่ไหนแต่ไรมาล้วนต้องเป็นคำสั่งของบิดามารดา หรือไม่ก็คำกล่าวของแม่สื่อ แล้วข้าจะตัดสินใจเองได้อย่างไรกัน? ยิ่งไปกว่านั้น…ฐานะของข้าตอนนี้…”
จ้าวหังได้ยินดังนั้น ก็รีบโบกไม้โบกมือด้วยท่าทางห้าวหาญ ประหนึ่งเมฆาทะยานฟ้า
“เรื่องพวกนี้ย่อมมิใช่ปัญหา! ขอเพียงเจ้ายอมพยักหน้าสักคราเท่านั้น เรื่องที่เหลือปล่อยให้ข้าจ้าวหังเป็นคนจัดการเอง! ทางด้านท่านพ่อ ข้าจะเป็นฝ่ายไปพูดเอง! ส่วนทางด้านองค์รัชทายาทนั้น…อืม ย่อมต้องมีหนทางอยู่แล้ว!”
เขาตบอกตนเองเสียงดังปึงปัง ท่าทางประหนึ่งว่า ต่อให้ฟ้าจะถล่มลงมา เขาก็จะเป็นผู้แบกรับไว้เองทั้งหมด
เมิ่งซีโจวจ้องมองท่าทางโง