ยต่างตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกอย่างแท้จริง
บุตรหลานเสเพลของตระกูลขุนนางน้อยใหญ่เหล่านี้ ซึ่งปกติเอาแต่เที่ยวตีไก่ขี่ม้า หากขึ้นสู่สนามรบแล้ว ไม่เพียงจะไร้ประโยชน์ ซ้ำยังจะกลายเป็นภาระอย่างใหญ่หลวงอีกด้วย
ทว่าโอรสสวรรค์ตรัสแล้วหามีคำใดล้อเล่นไม่ พระราชโองการก็ได้ป่าวประกาศออกไปแล้ว
และที่รับมือยากยิ่งกว่านั้นก็คือ บัดนี้ราชสำนักกำลังอยู่ในห้วงเวลาที่ต้องการคนมีความสามารถเป็นอย่างยิ่ง แต่แม่ทัพนายกองที่เชี่ยวชาญการศึกจริงๆนั้น กลับมีอยู่เพียงน้อยนิดนัก
ฮ่องเต้ทรงลุ่มหลงในโอสถอมฤต สติสัมปชัญญะอันแจ่มชัดนั้น นับวันก็ยิ่งมีช่วงเวลาน้อยลงทุกที ในฐานะองค์รัชทายาท พระองค์จึงจำเป็นต้องประจำการอยู่ในราชสำนัก ไม่อาจละจากไปได้แม้เพียงก้าวเดียว
ส่วนองค์หญิงใหญ่ผู้เป็นเสด็จอาหญิง ซึ่งเดิมทีสามารถพึ่งพาได้ บัดนี้กลับได้รับบาดเจ็บอยู่ อีกทั้งในระยะเวลาอันสั้นนี้ ย่อมยากจะหวนคืนสู่สนามรบได้อีกครา…
ท่ามกลางีกากองพะเนินดุจขุนเขาตรงหน้า สิบส่วนมีถึงแปดเก้าส่วนที่ล้วนเป็นีการ้องทุกข์ และถวายคำทัดทานจากตระกูลใหญ่ทั้งหลาย ขอให้ฮ่องเต้ทรงถอนพระบัญชาเรื่อง ‘กองทัพตระกูลใหญ่’ นี้เสีย
ซ่งเฉิงจี้ยกีกาขึ้นอ่านตรวจตราทีละฉบับ เห็นได้ไม่บ่อยนักที่จะทรงเห็นพระองค์อ่อนแรงถึงเพียงนี้
ครั้นกำล