เขาบ่าวไพร่ยังจะทำอันใดได้เล่า? จึงทำได้เพียงแค่กัดฟันอดทน อยู่ใต้ฝ่ามือของ ‘เทพเจ้าแห่งโชคลาภ’ ผู้นี้ มีแต่ต้องทนทุกข์ไปวันแล้ววันเล่าเท่านั้น
หลายวันมานี้ เมิ่งซีโจวออกจากจวนบ่อยขึ้นทุกที
ฮูหยินเมิ่งที่จู่ๆก็พลันสูญสิ้นอำนาจบารมี ถูกริบสิทธิ์ในการปกครองดูแลกิจการภายในจวน และยังถูกกักบริเวณไว้ที่เรือนโยวหลานเช่นนี้ ด้วยอุปนิสัยเจ้าคิดเจ้าแค้นของนาง เกรงว่ายามนี้คงจะกำลังขบคิดจนสมองแทบแตก เพื่อวางแผนเล่นงานเมิ่งซีโจว ผู้เป็นต้นเหตุของเรื่องราวทั้งหมดอยู่อย่างแน่นอน
แต่เมิ่งซีโจวเองก็กำลังรอคอยอยู่เช่นกัน… นางกำลังรอให้ฮูหยินเมิ่งอดกลั้นไม่ไหว แล้วลงมือกับนางเสียที
เมิ่งซีโจวประหนึ่งพรานเฒ่าผู้ช่ำชองในพงไพร ค่อยๆวางกับดักอย่างอดทน แล้วเฝ้าคอยให้เหยื่อก้าวพลาดเข้ามาด้วยตนเอง
วันนั้นนางมิได้นั่งรถม้า หากแต่เดินทอดน่องเอื่อยเฉื่อยอยู่ตามถนนหนทางในเมืองหลวง
แสงตะวันยามเหมันต์ฤดูเจือไออุ่นบางเบา สาดต้องลงบนพื้นถนนหินเขียว ดูผิวเผินคล้ายนางกำลังเดินเรื่อยเปื่อยไร้จุดหมายอยู่ ทว่าแท้จริงแล้วนางกำลังตามหาคนผู้หนึ่งซึ่งมิได้พบมานานอยู่ต่างหาก
ฉู่เซียว…
ห้องพัก ณ โรงเตี๊ยมจันทร์ล้อม เขาได้คืนห้องไปนานแล้ว ยามนี้จึงประดุจหยาดน้ำหยดหนึ่งที่ไหลรวมลงสู่มหาสมุทร หายลับไปอย่างไร้ร่องรอ