ไม่นาน พ่อบ้านก็กลับมาพร้อมห่อผ้าต้องสงสัยห่อหนึ่ง เมิ่งชินรุ่ยใช้สายตาส่งสัญญาณให้กับเมิ่งซีโจว
ในที่นั้น นางเป็นเพียงผู้เดียวที่พอจะเข้าใจวิชาแพทย์อยู่บ้าง ภารกิจนี้จึงต้องเป็นหน้าที่ของนาง นางยื่นมือออกไปรับห่อผ้านั้นมาแล้วคลี่เปิดดู ปรากฏว่าข้างในมีผงยาสีน้ำตาลเข้ม
“นี่…” นางเพ่งพินิจมองอยู่ครู่หนึ่ง สีหน้าพลันหม่นลงอย่างชัดเจน ก่อนจะทอดถอนใจออกมาเบาๆ แล้วเอ่ยขึ้นอย่างจำใจ “ลูกเรียนวิชาแพทย์มามิได้ลึกซึ้งนัก จึงไม่กล้าด่วนตัดสินส่งเดช รู้เพียงว่าในนี้มียาหลายชนิดที่ฤทธิ์ต้านขัดกัน หากกินร่วมกันย่อมจะก่อพิษร้ายแรง แต่เพราะปริมาณที่ใส่ลงไปยังมีไม่มาก จึงยังไม่ถึงขั้นปลิดชีพผู้ที่ได้รับยาในทันทีเจ้าค่ะ”
เมิ่งชินรุ่ยแค่นเสียงเย็นชาอย่างหนักหน่วงคราหนึ่ง ความไม่พอใจในตัวฮูหยินเมิ่งที่เพิ่งจะบรรเทาลงบ้าง บัดนี้กลับพุ่งสูงขึ้นถึงขีดสุดอีกครา เขารู้สึกผิดหวังอย่างที่สุด จึงได้เอ่ยเสียงเข้มว่า
“บัดนี้ทั้งพยานบุคคลและหลักฐานล้วนมีพร้อมแล้ว เจ้ายังมีอันใดจะแก้ตัวอีกหรือไม่?”
แม้ฮูหยินเมิ่งจะคาดเดาไว้ก่อนแล้วว่าเรื่องราวย่อมต้องลงเอยเช่นนี้ แต่เมื่อได้เห็นกับตาตนเองว่า หลักฐานนั้นถูกค้นพบในห้องของตนจริงๆ อีกทั้งยังได้ยินเมิ่งซีโจวเอ่ยอธิบายถึงผลของยา นางก็ยังสัมผัสได้ถึงไอเย็นยะเยือกสายหนึ่ง