ล้วนแฝงไว้ด้วยความเจ็บปวดที่คืบคลานทีละน้อย สามารถทรมานคนเป็นให้ค่อยๆเหือดแห้งตายไปอย่างทรมาน
นางรุ่มร้อนทั้งกายใจ หวังเพียงว่าทุกอย่างจะยังคงไม่สายเกินไป ยังพอจะสามารถฉุดดึงพวกนางเหล่านั้นให้กลับออกมาจากขอบเหวแห่งความสิ้นหวังได้ทัน
บานประตูห้องรับรองถูกผลักให้เปิดออก
ยามที่สายตาของเมิ่งซีโจวทอดมองไปเห็นภาพภายในห้องใน ชั่วพริบตานั้น ความขมขื่นที่ฝืนกลั้นมาตลอดทาง ก็มิอาจข่มกลั้นเอาไว้ได้อีกต่อไป น้ำตาพลันเอ่อท่วมจนภาพตรงหน้าพร่ามัวในบัดดล
นางมีสาวใช้คนสนิทข้างกายอยู่ทั้งหมดสามคน
ในความทรงจำของนาง จือสวี่คือผู้สุขุมนิ่งที่สุด หางตาและหว่างคิ้วยังมักแต้มไว้ด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนเสมอ ชิงถังซึ่งเป็นคนมีชีวิตชีวานั้น มีความเฉลียวฉลาดว่องไวกว่าใครๆ ส่วนซูถงกลับเป็นคนคล่องแคล่วซุกซน…
วันเวลาที่พวกนางรายล้อมอยู่ข้างกายเมิ่งซีโจวนั้น แม้แต่สายลมยังหวานล้ำ
ย้อนกลับไปในยามนั้น เรือนหลานจื่อเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความครึกครื้นอยู่เสมอ แทบมิอาจแยกได้เลยว่า เป็นเพราะนางพาให้สาวใช้กลุ่มนี้กลายเป็นคนมีวาจาฉะฉาน ฉลาดหลักแหลม จนรู้จักจังหวะจะโคลนมีทีเล่นทีจริงเวลาแกล้งหยอกเย้ากัน หรือเป็นเพราะพวกนางทั้งสามที่คอยรับใช้และคอยตามใจนาง จนนางสามารถใช้ชีวิตได้อย่างไร้ทุกข์กังวลกันแน่
ทว่าในยามนี้เอง ครั้น