ตะตาเลย มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สังเกตเห็น แต่กลับเป็นข้อได้เปรียบสำหรับเธอ หากล่าช้าจะทำให้เกิดปัญหา เฝ่ยไป๋ลู่หยิบตราประทับหยินมาสำรวจ
กานว่างที่อยู่ด้านข้างมองตราประทับในมืออีกฝ่ายแล้วยิ่งรู้สึกผิด พร้อมคิดหาทางออกแบบสุดกำลัง ว่าตนเองมีสิ่งของอะไรที่มีมูลค่าพอจะมากเป็นเงินอุดหนุนให้เฝ่ยไป๋ลู่ได้บ้าง
แม้แต่เหมียวจื่ออั๋งก็ยังอดไม่ได้ที่จะพูดว่า “หัวหน้า ถ้าคุณไม่มีตราประทับก็บอกฉันให้เร็วกว่านี้สิ ฉันสัญญาว่าจะหาตราประทับที่ดีกว่าขยะชิ้นนี้ให้คุณ”
เฝ่ยไป๋ลู่ถือตราประทับหยินไว้ในมือ
ทันใดนั้นตราประทับหยินราวกับมีชีวิต ปราณวิญญาณพุ่งออกมา พลันระเบิดแสงพร่างพราย อักขระแปลกประหลาดล้อมรอบตัวของตราประทับสีดำสนิทไว้และผสานกับปราณของเฝ่ยไป๋ลู่
ขยะเหรอ?
ตราประทับหยินที่เพิ่งคืนสติตบตัวเหมียวจื่ออั๋ง
“เชี่ย!”เหมียวจื่ออั๋งรู้สึกว่ามีพลังที่ไร้ขีดจำกัด ผลักเขา เขาถอยออกมาไกลถึงสามเตร
เหมียวจื่ออั๋งทำหน้าบิดเบี้ยวพร้อมกับลูบหน้าอก “หัวหน้า นี่มันคืออะไรกันแน่ ทำไมตีคนได้เจ็บขนาดนี้?” ตับไตไส้พุงเคลื่อนที่หมดแล้ว!
เฝ่ยไป๋ลู่เม้มริมฝีปาก ไม่ได้ตอบคำถามของเขา สีหน้าของเธอตึงเครียดขึ้นทีละนิด ในมือยังคงถือตราประทับหยินเอาไว้
เหมือนว่าตราประทับหยินจะรู้ตัวแล้วว่าก่อเรื่องยุ่งขึ้น มันจึงแกล้งตาย และพลังศักดิ์สิทธิ์ก็หายไป
การแข่งขัน ณ หอสักการะฟ้าที่แต่เดิมครึกครื้นอย่างยิ่ง พลันเงียบเสียงลง ราว