งค์ที่พ่นคำรามออกมาสั่นสะท้านไปหมด
“เจ้าพวกขี้ขลาดไร้กระดูกสันหลัง! ข้าอยากรู้นักผู้ใดที่กล้าทำเช่นนั้น! ใครที่บังอาจแตะต้องข้าแม้เพียงปลายนิ้ว ข้าจะฆ่าล้างตระกูลมันให้สิ้น!”
เมิ่งซีโจวหาววอดออกมาหนึ่งครา “ห๊าว…ง่วงจัง ข้าอยากจะกลับไปนอนเสียทีแล้ว แต่ให้ว่าอย่างไรดีเล่า ปกติข้าเป็นพวกชอบนอนดิ้นเสียด้วยสิ หากพลิกกายไปๆมาๆเผลอบดขยี้ยาถอนพิษจนแตกละเอียดเข้า… หึหึ เช่นนั้นคงต้องโทษชะตากรรมของพวกเจ้าเองแล้วล่ะ”
ท่ามกลางฝูงชน บุรุษฉกรรจ์ไม่กี่คนซึ่งปกติแม้มีโทสะต่อผู้ใหญ่บ้านก็มิกล้าเอื้อนเอ่ย บัดนี้ประกายดุร้ายได้ฉายวาบผ่านดวงตาทั้งสอง ฝีเท้าขยับรุดไปเบื้องหน้าโดยมิรู้ตัว
หนึ่งคนขยับ อีกทั้งหลายพลอยเขยื้อนตามกัน
ความใฝ่รอดมีชีวิตท่วมทับความเกรงกลัวในตัวผู้ใหญ่บ้าน ชั่วพริบตา สถานการณ์รุก–รับก็พลิกผันฉับพลัน!
ผู้ใหญ่บ้านนอนนิ่งไม่สามารถขยับตัวได้มากนัก เริ่มกวาดตามองเหล่าชาวบ้านที่ซึ่งก่อนหน้านี้ช่างแสนเชื่องนัก ยอมรับคำสั่งจากเขาทุกอย่างด้วยความหวาดผวา บัดนี้เหตุการณ์กลับแปรเปลี่ยนตาลปัตรไปหมดแล้ว…. ดวงตาของพวกเขาแต่ละคนกลับทอประกายเยี่ยงหมาป่าลอบกัด ทยอยคืบเข้ามาใกล้เขาทีละก้าว ทั้งมือทั้งเท้าของเขาพลันพยุงร่างไร้เรี่ยวแรงคลานถอยไปด้านหลัง ปากยังร้องตะโกนด่าทอด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวแต่เบาหวิ