ายในตัวรถม้าบรรทุกของด้านหลัง
ปรากฏว่าภายในนั้นยังมีบุรุษร่างกายผอมแห้งผู้หนึ่ง ถูกจับมัดไว้ด้วยเชือกป่านแน่นหนา
เมิ่งซีโจวจึงคาดคะเนเอาเองว่า นี่คงจะเป็น ‘สินค้าใหม่’ ที่จางเฉิงเตรียมไว้ให้กับเศรษฐ)ีผู้มีรสนิยมทางเพศผิดแผกผู้นั้นเป็นแน่
นางจัดการดึงผ้าดำที่ใช้คลุมศีรษะของบุรุษผู้นั้นออกโดยเร็ว พลางเอ่ยเสียงแผ่วต่ำร้องเตือนขึ้นว่า
“หากเจ้ายังอยากมีชีวิตอยู่ ก็จงอย่าได้เปล่งเสียงร้องออกมาเด็ดขาด”
ครั้นเมื่อเห็นชัดว่า ภายใต้ถุงผ้าดำผืนนั้นเป็นใบหน้าของหนุ่มน้อยในวัยละอ่อนผู้หนึ่ง แม้ใบหน้าของเขาจะเปื้อนฝุ่นคลุ้ง ทว่ากลับมิอาจกลบกลิ่นอายสูงศักดิ์ประณีตของเขาได้มิด ม่านตาของเมิ่งซีโจวก็พลันหดเกร็งอย่างฉับพลัน!
คนผู้นี้คือองค์ชายน้อยแห่งจวนองค์หญิงใหญ่ นาม—ซ่งซวี่ป๋ายมิใช่รึ?! แล้วเขามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกัน?!
จวนองค์หญิงใหญ่กับตระกูลเมิ่งนั้นอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกัน สำหรับซ่งซวี่ป๋ายนั้น นับว่าตัวนางมีโอกาสได้เฝ้ามองเขาเติบโตมาตั้งแต่เยาว์วัย ความสัมพันธ์ของทั้งสองย่อมถือว่าสนิทชิดเชื้อยิ่งนัก ฉะนั้นแล้ว ไหนเลยนี่จะเป็นบุรุษร่างผอมแห้งไปได้ เห็นชัดว่าเป็นเพียงเด็กหนุ่มเรือนร่างบอบบางที่มีอายุราวสิบสามสิบสี่ปีเท่านั้น!
…นี่ถึงกับจับเชื้อพระวงศ์แห่งราชสำนักมาทำเป็น ‘เป็ด’ ให้ผู้อื่น