ียงร้องครางก็ยังไม่ทันได้เปล่งออกมา ร่างของเขาก็ร่วงหล่นลงจากหลังม้าก่อนแล้ว
เมิ่งซีโจวรีบปรี่เข้าไปดึงบังเหียนม้าที่กำลังแตกตื่นหยุดไว้ได้อย่างคล่องแคล่ว แล้วจึงค่อยกระโดดลงไปยืนอยู่ข้างกายของจางเฉิง
“ว้าว! พี่เมิ่ง! ท่านยังเก่งกาจเช่นเดิมไม่เปลี่ยนเลยจริงๆ! ช่างกล้าหาญเหมือนท่านแม่ข้านัก!” ซ่งซวี่ป๋ายร้องออกมาด้วยความชื่นชม
เมิ่งซีโจวหาได้สนใจคำประจบประแจงของอีกฝ่ายไม่ นางจ้องมองจางเฉิงเขม็ง ดวงตาทั้งสองฉายแววเย็นเยียบ ในเมื่อนางคิดจะขายเขาออกไป เช่นนั้นย่อมต้องระมัดระวังมิให้ผู้ใดจดจำเขาได้
โชคดีที่ในรถม้าของจางเฉิงมีเครื่องมือพิสดารหลากหลายชนิดครบครัน—
ทั้งโคลนสำหรับแปลงโฉม หน้ากากหนังมนุษย์คุณภาพต่ำ รวมถึงน้ำยาย้อมผมด้วย…
สมกับที่เป็นโจรลักพาตัวมืออาชีพจริงๆ!
เมิ่งซีโจวจัดการแงะปากของจางเฉิงให้เปิดออกก่อนเป็นลำดับแรก จากนั้นจึงค่อยกรอกยาชนิดพิเศษที่ทำให้เป็นใบ้ลงไป ต่อมาก็หยิบเอาหน้ากากหนังมนุษย์ที่ดูอัปลักษณ์ที่สุดออกมาชิ้นหนึ่ง ทำการติดลงไปบนใบหน้าของเขาอย่างประณีต
“อี๋… ใบหน้านี้ช่างอัปลักษณ์น่าเกลียดยิ่งนัก!”
ซ่งซวี่ป๋ายร้องออกมาอย่างรังเกียจ พร้อมกับรีบคว้าถุงผ้าสีดำมาสวมครอบศีรษะของจางเฉิงไว้ทันที
จากนั้น ทั้งสองต่างก็ช่วยกันหามร่างสลบไสลของจางเฉิง ที่ถูกมัดไว้อย่างแน่น