ในใจของชาวบ้านต้าคัง ล้วนเห็นว่าจินเฟิงนั้นสูงส่งราวกับเทพเจ้า
เมื่อได้พบท่านผู้ยิ่งใหญ่เช่นนี้ ความคิดแรกของหญิงชราคือรีบคุกเข่าคำนับ
“ข้า เหยาชุนหยาง ขอคารวะท่านอาจารย์จิน”
เจ้าหน้าที่ผู้อาวุโสรีบลงจากหลังม้า และค้อมกายทำความเคารพจินเฟิงอย่างนอบน้อม
“พวกตงหมานข้ามแม่น้ำมาแล้วหรือยัง?”
จินเฟิงเอ่ยถามอีกครั้ง
ครั้งนี้เจ้าหน้าที่มิอาจวางท่าใหญ่โตได้ รีบกล่าวตอบว่า “เรียนท่านอาจารย์ ขณะนี้ พวกตงหมานยังมิได้ข้ามฟากมา”
“เช่นนั้น เหตุใดจึงปิดประตูเมือง?”
“เรื่องนี้…ข้าไม่ทราบ” เจ้าหน้าที่ส่ายหน้าและกล่าวว่า “พวกข้าเพียงแต่รับคำสั่งให้ออกมาอพยพราษฎรในรัศมีสามสิบลี้”
“พวกเจ้า ได้รับคำสั่งเมื่อใด?”
“เช้านี้”
“ประตูเมืองปิดแล้ว พวกเจ้าจะกลับกันอย่างไร?”
“ใต้เท้าปู่โถวกล่าวว่า ยามโหย่วสามเค่อ ประตูเมืองจะเปิดให้เวลาหนึ่งก้านธูป พวกข้าจึงจะกลับเข้าเมืองได้”
“เช่นนั้นหรือ ข้าเข้าใจแล้ว พวกเจ้าจงไปจัดการธุระเถิด”
จินเฟิงพยักหน้าให้เจ้าหน้าที่โดยไม่ได้เอ่ยถามสิ่งใดอีก
เนื่องจากอีกฝ่ายเป็นเพียงเจ้าหน้าที่ผู้น้อย ย่อมรู้เห็นสิ่งต่าง ๆ อย่างจำกัด ถามไปก็คงมิได้ความกระจ่าง