แท้จริงแล้วองค์หญิงเก้าทรงอุดอู้อยู่ในตำหนักเล็กแห่งนี้มานานหลายเดือน จิตใจร้อนรุ่มราวกับเพลิงเผา บัดนี้แม้แต่การฝากเลี่ยวเซี่ยวเว่ยส่งจดหมายถึงฝ่าบาทก็ยังถูกขัดขวาง ยิ่งทำให้ไฟโทสะในใจคุโชนขึ้นไปอีก
นางหยิบซองจดหมายขึ้นมา ใบหน้างดงามนั้นกลับเย็นชาลง ก่อนจะก้าวเท้ามุ่งหน้าไปยังลานด้านหน้า
จวนแห่งนี้ช่างกว้างขวางยิ่งนัก พื้นที่นับสิบหมู่ที่มีเรือนน้อยใหญ่หลายหลัง
องค์หญิงเก้าประทับอยู่กลางจวน ส่วนฉินหมิงนั้นพาองครักษ์ขององค์หญิงเก้ามาพักอยู่เรือนข้าง ๆ
ลานด้านนอกมีทหารชุดเกราะสีแดงตั้งทัพอยู่ นำโดยเลี่ยวเซี่ยวเว่ย
เดิมทีองค์หญิงเก้าทรงคิดว่า คำกล่าวที่ว่าเลี่ยวอิ้นติดภารกิจนั้นเป็นเพียงข้ออ้าง แต่พอเสด็จมาถึงลานหน้า ก็พบว่าเลี่ยวอิ้นกำลังเดือดดาล
“มัวชักช้าอะไรกันอยู่ รีบ ๆ เข้า!”
องค์หญิงเก้าเห็นเช่นนั้น คิ้วก็ขมวดขึ้นเล็กน้อย
นับตั้งแต่จำความได้ ก็รู้ว่าเลี่ยวอิ้นเป็นคนที่ไม่ยิ้มหรือหัวเราะเลย มีสีหน้าเหมือนปลาแห้งตลอดเวลา
แต่คราวนี้บนใบหน้าของเลี่ยวอิ้นกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียด
ความโกรธในใจขององค์หญิงเก้าจึงหายไปทันที นางก้าวไปข้างหน้าแล้วถามว่า “เลี่ยวอิ้น เกิดเรื่องอะไรขึ้น?”