ให้เจ้าหน้าที่ก็หน้าซีดด้วยความตื่นกลัว
ชาวบ้านตาดำ ๆ อย่างนาง หากถูกส่งไปให้ทางการคงได้อดตายอยู่ในคุก หรือไม่ก็ถูกส่งตัวไปยังหอนางโลม
“ข้าไม่รู้เรื่องอะไรด้วยจริง ๆ ตั้งแต่แต่งงานกันวันแรกเซี่ยกวางก็เอาแต่ทุบตีและขโมยเงินที่ข้านำมาจากท่านแม่หกเหรียญทองแดงไปเล่นการพนัน พอเข้าวันที่สอง แม้แต่เสื้อผ้าของข้าเขาก็ขโมยไปด้วยและไม่เคยกลับมาอีกเลย…”
หญิงสาวร้องไห้อย่างหนักและคร่ำครวญ “นายท่านทั้งหลาย ได้โปรดปล่อยข้าไปเถิด ข้าไม่รู้อะไรด้วยจริง ๆ”
จินเฟิงเองก็เคยเป็นคนยากจนมาก่อน เขาถอนหายใจแล้วกล่าว “ความผิดของเซี่ยกวางเกี่ยวกับนางอย่างไรหรือ? หัวหน้าหมู่บ้าน ปล่อยนางไปเถิด”
“เจ้าคิดดีแล้วหรือ?”
“ข้าคิดดีแล้ว”
ชายหนุ่มไม่อยากเอาความกับหญิงสาวที่ไม่รู้เรื่องอะไรด้วย
“ขอบคุณหัวหน้าหมู่บ้าน ขอบคุณพี่ใหญ่!”
ด้วยกลัวว่าจินเฟิงจะเปลี่ยนใจ ภรรยาของเซี่ยกวางรีบลุกขึ้นอย่างลุกลี้ลุกลนแล้ววิ่งออกไปทันที
“เอาล่ะ ทุกคนแยกย้ายได้ มีอะไรทำก็ไปทำ เสี่ยวอวี้ สองสามวันนี้เจ้าอย่าเพิ่งไปที่เขาด้านหลัง ไปเก็บผักกาดนอ*[1] ที่ริมน้ำก่อนแล้วกัน”
หัวหน้าหมู่บ้านโบกมือไล่ชาวบ้านที่มายืนมุงให้แยกย้ายกันกลับไป
“เสี่ยวเฟิง กลับไปดูเสี่ยวโหรวเถิด อย่าให้นางร้องไห้จนล้มป่วยเล่า”
หลินอวิ๋นฟางชี้ไปที่ด้านหลังบ้าน จากนั้นก็ลากจางเหลียงออกไป
กวานเสี่ยวโหรวไม่รู้ว่าจินเฟิงได้นำเงินแท่งติดตัวเอาไว้ก่อนจะออกไปข้างนอก นางคิด