แล้ว
หลังจากที่มู่เฉียนซีสงบสติอารมณ์ได้แล้ว นางก็ค้นพบว่านางสามารถควบคุมพลังแห่งกาลเวลาจนเดินออกไปได้แล้ว
ทันทีที่เดินออกไป นางก็ค้นพบว่าเปลวเพลิงที่น่าสะพรึงกลัวนี้น่ากลัวมากเพียงใด
หลังจากนั้นลำแสงสีฟ้าอ่อนก็ปรากฏขึ้น และห่อหุ้มมู่เฉียนซีเอาไว้
สุ่ยจิงอิ๋งกล่าวว่า “ซีเอ๋อร์ มันอันตรายเกินไป กลับเถอะ! เพลิงแห่งนิพพานของหงส์เทพนี้เป็นของล้ำค่าอย่างแท้จริง”
มู่เฉียนซีรู้ถึงความน่ากลัวของเปลวเพลิงนั้นดี เพราะก่อนหน้านี้นางก็เคยเห็นเปลวเพลิงที่แข็งแกร่งมากมาถึงสองชนิด ซึ่งชนิดแรกก็คือเปลวเพลิงของกระบี่มังกรเพลิงพิฆาตวิญญาณ ส่วน นชนิดที่สองก็คือเปลวเพลิงของเฮยอิ่ง และนี่ก็เป็นชนิดที่สาม
ตอนนั้นนางสัมผัสได้ว่า ร่างกายและจิตวิญญาณของนางนั้นกลายเป็นความว่างเปล่า แต่โชคดีที่สุ่ยจิงอิ๋งลงมือได้ทันเวลา มิเช่นนั้นางได้จบเห่อย่างแน่นอน
ฝูเซิงกล่าวว่า “เจ้านาย เจ้านี่จะประมาทเกินไปแล้วนะ”
“เจ้าจะกังวลเกินเหตุไปแล้ว!” มู่เฉียนซีกล่าว
ทั่วทั้งห้องขังล้วนเต็มไปด้วยเพลิงแห่งนิพพานของหงส์เทพ และเมื่อเวลาล่วงเลยไป เพลิงแห่งนิพพานนี้ก็ค่อย ๆ หายไปอย่างช้า ๆ และนางก็ได้พุ่งไปที่ข้างกายของจิ่วเยี่ยน้อย
มู่เฉียนซีสามารถมอ